เล่มที่ 54
ส่วนที่ 421
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 421 อ้างอิง: Book 54, Section 421 ประเภท: section
เนื้อหา
ข้อนั้นมีความว่า บุคคลเหล่าใด เชื่อพระดำรัส ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ตามเป็นจริง บุคคลเหล่านั้น เมื่อปฏิบัติวิสุทธิปฎิ- ปทา ย่อมเบื่อหน่ายด้วยวิปัสสนาปัญญา ในภพคือสังขารที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด ก็แลครั้นเบื่อหน่ายแล้ว ย่อมคลายกำหนัดโดยประการทั้งปวง ด้วย อริยมรรค ย่อมหลุดพ้นจากภพแม้ทั้งหมด อธิบายว่า เมื่ออริยมรรคที่เป็น วิราคธรรม อันบุคคลบรรลุแล้ว บุคคลผู้บรรลุนั้น ย่อมเป็นผู้หลุดพ้นโดย แท้แล. พระเถรีดังกล่าวมาเหล่านั้น มีพระเถริกาเป็นองค์ต้น มีพระสุเมธาเถรี เป็นองค์สุดท้าย พระสังคีติกาจารย์ยกขึ้นสู่สังคายนา รวมไว้แห่งเดียวกันในที่ นี้ โดยเป็นสภาคกันโดยคาถา มีจำนวน ๗๓ รูป ๑ แต่เมื่อกล่าวโดยภาณวาร เถรีคาถามีจำนวน ๖๐๒ ๒ คาถา. พระเถรีทั้งหมดนั้น ชื่อว่ามีประเภทเดียวโดย เป็นสาวิกาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉันใด มีประเภทเดียว โดยเป็นพระ อเสขะ โดยถอนกิเลสดุจกลอนเหล็กได้แล้ว โดยกลบกิเลสดุจคูเสียแล้ว โดย เพิกถอนกิเลสเสียแล้ว โดยไม่มีกิเลสดุจลิ่มสลัก โดยปลงภาระลงแล้ว โดย ไม่มีสังโยชน์แล้ว และโดยอยู่จบธรรมเครื่องอยู่ในอริยวาส ๑๐ แล้ว ก็ฉันนั้น. จริงอย่างนั้น พระเถรีเหล่านั้น ชื่อว่ามีประเภทเดียวโดยนัยเป็นต้นอย่างนี้ คือ ผู้ละองค์ ๕ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๖ ผู้มีเครื่องอารักขา ๑ ผู้มีอปัสเสน ๑. บาลีว่า ๗๑ รูป. ๒. ว่า ๕๙๔ คาถา ธรรม ๔ ผู้เป็นปณุนนปัจเจกสัจจะ (บรรเทาสัจจะเฉพาะอย่าง) ผู้เป็นสมวย สัฏเฐสนะ ผู้มีความดำริไม่ขุ่นมัว ผู้มีกายสังขารอันระงับแล้ว ผู้มีจิตหลุดพ้น ด้วยดี และผู้มีปัญญาหลุดพ้นด้วยดี ชื่อว่ามี ๒ ประเภท ต่างโดยเป็นสาวิกาต่อ หน้าและเป็นสาวิกาลับหลัง จริงอยู่ พระเถรีเหล่าใด เกิดในอริยชาติ [เป็นพระ อริยะ] เมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ มีพระมหาปชาบดีโคตมีเป็นต้น พระเถรีเหล่านั้น ชื่อว่าสาวิกาต่อหน้า ส่วนพระเถรีเหล่าใดได้บรรลุคุณวิเศษ ภายหลังแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน พระเถรีเหล่านั้น แม้ เมื่อพระธรรมสรีระของพระศาสดายังประจักษ์อยู่ ก็ชื่อว่าสาวิกาลับหลัง เพราะ พระสรีระของพระศาสดา ไม่ประจักษ์แล้ว ชื่อว่ามี ๒ ประเภท โดยเป็นอุภโต- ภาควิมุตติและปัญญาวิมุตติ ก็อย่างนั้นเหมือนกัน แต่พระเถรีที่มาในพระบาลี นี้ เป็นอุภโตภาควิมุตติทั้งนั้น. ชื่อว่ามี ๒ ประเภทโดยต่างเป็นผู้มีอปทาน และไม่มีอปทาน ก็อย่างนั้นเหมือนกัน. ก็อปทานกล่าวคือความเป็นผู้บำเพ็ญ บารมี โดยการกระทำบุญมาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ ในพระ ปัจเจกพุทธเจ้า และในพระสาวกพุทธะ ของพระเถรีเหล่าใดมีอยู่ พระเถรี เหล่านั้น ชื่อว่ามีอปทาน อปทานนั้นของพระเถรีเหล่าใดไม่มี พระเถรีเหล่า นั้น ชื่อว่าไม่มีอปทาน. มี ๒ ประเภทคือ ผู้ได้อุปสมบทจากพระศาสดา ผู้ ได้อุปสมบทจากสงฆ์ จริงอยู่ พระมหาปชาบดีโคตมี ผู้ได้อุปสมบท เพราะ รับครุธรรม ชื่อว่าได้อุปสมบทจากพระศาสดา เพราะได้อุปสมบทจากสำนัก พระศาสดา พระเถรีนอกนั้น ทั้งหมดชื่อว่าได้อุปสมบทจากสงฆ์ พระเถรีที่ ได้อุปสมบทจากสงฆ์แม้เหล่านั้น ก็มี ๒ ประเภท คือผู้ได้อุปสมบทจากสงฆ์ ฝ่ายเดียว ผู้ได้อุปสมบทจากสงฆ์สองฝ่าย บรรดาพระเถรีเหล่านั้น พระเถรี ที่เป็นเจ้าหญิงศากยะ ๕๐๐ องค์ ออกผนวชพร้อมกับพระมหาปชาบดีโคตมี ชื่อว่าได้อุปสมบทจากสงฆ์ฝ่ายเดียว เว้นพระมหาปชาบดีโคตมี เพราะได้ อุปสมบทจากภิกษุสงฆ์ฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ชื่อว่าได้อุปสมบทจากสงฆ์สอง ฝ่าย เพราะได้อุปสมบทจากอุภโตสงฆ์.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ