เล่มที่ 54

ส่วนที่ 243

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 243 อ้างอิง: Book 54, Section 243 ประเภท: section


เนื้อหา

ต่อมา เขาไม่รู้ว่าลูกสาวหัวหน้าโจรนั้นเป็นน้องสาว ก็แต่งงานนำมา เรือน เขานำมารดาและน้องสาวมาเป็นภริยาของตนอยู่กันมาอย่างนี้ ด้วยเหตุนั้น คนแม้ทั้งสองนั้นจึงอยู่กันอย่างพร้อมเพรียง ต่อมาวันหนึ่ง มารดาแก้มวยผม ของลูกสาวหาเหาเห็นแผลเป็นที่ศีรษะ คิดว่าหญิงคนนี้คงเป็นลูกสาวเราแน่ แล้วก็ถาม เกิดความสลดใจจึงไปสำนักภิกษุณีแล้วบวช กระทำกิจเบื้องต้น เสร็จแล้ว อยู่อย่างสงัด พิจารณาทบทวนถึงการปฏิบัติแต่ก่อนของตน ก็ได้ กล่าวคาถาว่า อุโภ มาตา จ ธีตา จ เป็นต้น ก็พระเถรีนี้ กล่าวย้ำคาถา ที่หญิงนั้นกล่าวไว้แล้วเหล่านั้น โดยเห็นโทษในกามทั้งหลาย จึงกล่าวว่า อุโภ มาตา จ ธีตา จ เป็นอาทิ. ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า พระเถรี นั้น ยับยั้งอยู่ด้วยสุขในฌาน สุขในผลและสุขในพระนิพพาน จึงได้กล่าว สามคาถาเหล่านี้ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสุจี ได้แก่ ชื่อว่า อสุจี เพราะกิเลส และของไม่สะอาดไหลออก. บทว่า ทุคฺคนฺธา ได้แก่ กลิ่นเน่า เพราะกลิ่น เหม็นคลุ้งไป. บทว่า พหุกณฺฏถา ได้แก่ ชื่อว่า มีกิเลสดุจหนาม มากอย่าง เพราะอรรถว่าทิ่มแทงสุจริต โดยเป็นข้าศึก จริงอย่างนั้น กิเลสเหล่านั้น ท่านกล่าวว่า กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว. บทว่า ยตฺถ ได้แก่ ในกามเหล่าใดที่บุคคลพึงบริโภค. บทว่า สหภริยา ได้แก่ เป็นภริยาเสมอกัน อธิบายว่าร่วมสามีเดียวกัน. สองคาถาว่า ปฺพฺเพนิวาสํ เป็นต้น พระเถรีซึ่งพิจารณาคุณวิเศษที่ตนบรรลุแล้ว เกิดปีติโสมนัส จึงกล่าว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เจโตปริจฺจาณํ ได้แก่ เจโตปริยญาณ ก็ทำ ให้แจ้งแล้ว หรือเชื่อมความว่า บรรลุแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ