เล่มที่ 54

ส่วนที่ 190

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 190 อ้างอิง: Book 54, Section 190 ประเภท: section


เนื้อหา

ข้าพเจ้าฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้น แล้ว ล้างเท้าเข้าไปนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ในปฐมยาม แห่งราตรี ข้าพเจ้าก็ระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิมยาน แห่งราตรี ก็ชำระทิพยจักษุได้หมดจด ในปัจฉิมยาม แห่งราตรี ก็ทำลายกองแห่งความมืด [อวิชชา] ได้ ข้าพเจ้าบรรลุวิชชา ๓ จึงลุกขึ้นจากอาสนะในภายหลัง ข้าพเจ้าทำตามคำพร่ำสอนของแม่ท่านแล้ว ข้าพเจ้ามี วิชชา ๓ ไม่มีอาสวะห้อมล้อมแม่ท่านอยู่ ดุจทวยเทพ ชั้นดาวดึงส์ พากันห้อมล้อมท่าวสักกะผู้ชนะสงคราม ฉะนั้น. ในสัตตกนิบาต คาถาว่า มุสลานิ คเหตฺวาน ดังนี้เป็นต้น เป็นคาถาของ พระอุตตราเถรี มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. พระเถรีแม้รูปนี้ ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ สะสมกุศล ซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้น ๆ ได้บำเพ็ญกุศลมูล สร้างสมธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์มาโดยลำดับ มีธรรมเครื่องอบรมบ่มวิมุตติ แก่กล้า ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนของครอบครัวแห่งหนึ่ง ได้นามว่า อุตตรา รู้เดียงสาแล้วเข้าไปยังสำนักพระปฏาจาราเถรี. พระเถรี ได้กล่าว ธรรมแก่นาง นางฟังธรรมเกิดสังเวชในสังสารวัฏ เป็นผู้เลื่อมใสยิ่งในศาสนา ก็บวช ครั้นบวชแล้ว ทำกิจเบื้องต้นเสร็จ เริ่มวิปัสสนาในสำนักของพระ- ปฏาจาราเถรี ประกอบภาวนาอยู่เนือง ๆ คร่ำเคร่งวิปัสสนาอยู่ไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะอินทรีย์แก่กล้า เหตุที่สมบูรณ์ ด้วยอุปนิสัย ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้วพิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถา เหล่านี้เป็นอุทานว่า พระปฏาจาราเถรี ให้โอวาทว่า มาณพทั้งหลายพากันถือสากตำข้าวอยู่ ได้ทรัพย์ มาเลี้ยงดูบุตรภรรยา ท่านทั้งหลายก็จงพากเพียรในคำ สั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทำแล้วไม่ต้องเดือดร้อนใน ภายหลัง ท่านทั้งหลายจงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่ควร ข้างหนึ่ง จงเข้าไปตั้งจิตไว้ให้มีอารมณ์เดียว ตั้งมั่น ด้วยดีแล้วพิจารณาสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของ แปรปรวน และโดยความเป็นของไม่ใช่ตน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ