เล่มที่ 54
ส่วนที่ 162
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 162 อ้างอิง: Book 54, Section 162 ประเภท: section
เนื้อหา
พระเถรีนี้บรรลุพระอรหัตแล้ว อยู่ด้วยผลสุข นิพพานสุข ก็ปรากฏ ว่าเป็นผู้มีปัญญามาก เพราะเมื่อพระขีณาสวเถรีรูปอื่น ๆ เกิดปัญญาไพบูลย์ แต่ท่านก็บำเพ็ญบารมีมาแล้วในข้อนั้น จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับนั่งท่ามกลางหมู่พระอริยะ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กำลังทรงสถาปนา ภิกษุณีทั้งหลายไว้ในตำแหน่งตามลำดับ ก็ทรงสถาปนาพระเถรีนั้นไว้ใน ตำแหน่งเอตทัคคะเพราะเป็นผู้มีปัญญามากกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เขมา เป็นเลิศของภิกษุณีสาวิกาของเรา ผู้มีปัญญามาก. วันหนึ่ง พระเถรีนั้นนั่งพักกลางวันอยู่โคนไม้ต้นหนึ่ง มารผู้มีบาป แปลงกายเป็นชายหนุ่มเข้าไปหา เมื่อประเล้าประโลมด้วยกามทั้งหลายก็กล่าว คาถาว่า แม่นางเขมาเอย เจ้าก็สาวสคราญ เราก็หนุ่มแน่น มาสิ เรามาร่วมอภิรมย์กัน ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ นะ แม่นาง. คาถานั้นมีความว่า แม่นางเขมาเอย เจ้าก็เป็นสาว อยู่ในวัยรุ่น รูปร่างก็สะสวย ถึงเราก็หนุ่มวัยรุ่น เพราะฉะนั้น เราทั้งสองอย่าให้ความ หนุ่มสาวเสียไปเปล่า ดนตรีเครื่อง ๕ มีอยู่ มาสิเรามาอภิรมย์เล่นกัน ด้วย ความยินดีในการเล่นที่น่ารักเถิด. นางเขมาเถรีนั้น ฟังคำนั้นแล้ว เมื่อประกาศความที่ตนหมดความ กำหนัด ในกามทั้งปวง ๑ ความที่ผู้นั้นเป็นมาร ๑ ความไม่เลื่อมใสที่มี กำลังของตนในเหล่าสัตว์ผู้ยึดมั่นในอัตตา ๑ และความที่ตนทำกิจเสร็จแล้ว ๑ จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า เราอึดอัดเอือมระอาด้ายกายอันเปื่อยเน่า กระสับ- กระส่าย มีอันจะแตกพังไปนี้อยู่ เราถอนกามตัณหา ได้แล้ว กามทั้งหลายมีอุปมาด้วยหอกและหลาว มี ขันธ์ทั้งหลายเป็นเขียงรองสับ บัดนี้ ความยินดีในกาม ที่ท่านพูดถึงไม่มีแก่เราแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลิน ในกามทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่งความมืด [อวิชชา] เสียแล้ว ดูก่อนมารใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ตัวท่าน ถูกเรากำจัดแล้ว พวกคนเขลา ไม่รู้ตามความ เป็นจริง พากันนอบน้อมดวงดาวทั้งหลาย บำเรอไฟอยู่ ในป่าคือลัทธิ สำคัญว่าเป็นความบริสุทธิ์ ส่วนเราแล นอบน้อมเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษ จึงพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งปวง ชื่อว่าทำตามคำสั่งสอน ของพระศาสดา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ