เล่มที่ 54

ส่วนที่ 105

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 105 อ้างอิง: Book 54, Section 105 ประเภท: section


เนื้อหา

[๔๔๕] เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในเรือน ฟังธรรมของภิกษุ แล้วได้เห็นพระนิพพาน ซึ่งเป็นธรรมปราศจากธุลี เป็นเครื่องถึงความสุข ไม่จุติ ข้าพเจ้าจึงละบุตรธิดา ทรัพย์และข้าวเปลือก โกนผมบวชเป็นบรรพชิต ข้าพเจ้าเป็นสิกขมานาอยู่ ๑ เจริญมรรคเบื้องบน จึงละ ราคะ โทสะ และอาสวะทั้งหลายที่ตั้งอยู่ร่วมกับราคะ โทสะนั้นได้ ข้าพเจ้าอุปสมบทเป็นภิกษุณีแล้ว ระลึก ชาติก่อนได้ ชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์ หมดมลทิน อบรมแล้วอย่างดี ข้าพเจ้าเห็นสังขารทั้งหลายเป็น อนัตตา เป็นของเกิดแต่เหตุ มีอันทรุดโทรมไปเป็น สภาพ แล้วละอาสวะทั้งปวง เป็นผู้มีความเย็น ดับ สนิทแล้ว. จบ สกุลาเถรีคาถา ๑. สิกขมานา หญิงผู้กำลังศึกษา, สามเณรีผู้มีอายุถึง ๑๘ ปีแล้ว อีก ๒ ปีจะครบบวชเป็นภิกษุณี ภิกษุณีสงฆ์สวดให้สิกขาสมมติ คือตกลงให้สมาทานสิกขาบท ๖ ประการ ตั้งแต่ปาณาติปาตา เวรมณี จนถึง วิกาลโภชนา เวรมณี ให้รักษาอย่างเคร่งครัดไม่ขาดเลย ตลอดเวลา ๓ ปีเต็ม (ถ้าล่วงข้อใดข้อหนึ่ง ต้องสมาทานตั้งต้นไปใหม่อีก ๒ ปี) ครบ ๒ ปี ภิกษุณีสงฆ์จึงทำพิธี อุปสมบทให้ ขณะที่สมาทานสิกขาบท ๖ ประการอย่างเคร่งครัดนี้เรียกว่า นางสิกขมานา. คาถาว่า อคารสฺมึ วสนฺตีหํ เป็นต้น เป็นคาถาของพระเถรีชื่อ สกุลา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ