เล่มที่ 54
ส่วนที่ 9
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 9 อ้างอิง: Book 54, Section 9 ประเภท: section
เนื้อหา
ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกล่าวสอน นางมุตตา สิกขมานา ด้วยพระคาถานี้เนืองๆ อย่างนี้ว่า ดูก่อนนางมุตตา เธอจงเปลื้องจิตจากกิเลส เครื่องประกอบทั้งหลาย เหมือนพระจันทร์ถูกราหูจับ แล้วพ้นจากเครื่องเศร้าหมองฉะนั้น เธอมีจิตหลุดพ้น แล้ว จงเป็นผู้ไม่มีหนี้บริโภคก้อนข้าวเถิด. คาถานี้ว่า ดูก่อนนางมุตตา เธอจงเปลื้องจิตจากกิเลส เครื่องประกอบทั้งหลาย เหมือนพระจันทร์ถูกราหูจับ แล้วพ้นจากเครื่องเศร้าหมองฉะนั้น เธอมีจิตหลุดพ้น แล้ว จงเป็นผู้ไม่มีหนี้บริโภคก้อนข้าวเถิด ดังนี้ เป็นคาถาสำหรับนางสิกขมานาชื่อมุตตา. นางมุตตานั้นได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สั่ง สมกุศลที่เป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้น ๆ บังเกิดในเรือนตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามวิปัสสี รู้เดียงสาแล้ว วันหนึ่งเห็นพระ ศาสดาเสด็จไปในถนน มีใจเลื่อมใสถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ แล้ว นอนคว่ำแทบพระยุคลบาทของพระศาสดา ด้วยกำลังปีติ นางบังเกิดในเทว- โลกด้วยบุญกรรมนั้น ท่องเที่ยวไป ๆ มาๆ อยู่ในสุคติภูมิทั้งหลายนั่นเอง ใน พุทธุปปาทกาลนี้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาล ในกรุงสาวัตถี มีชื่อว่า มุตตา เพราะเป็นหญิงถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เวลามีอายุ ๒๐ ปี นางจึงบวช เป็นสิกขมานาในสำนักของพระมหาปชาบดีโคตมี ให้พระมหาปชาบดีโคตมี นอกกัมมัฏฐานแล้วเจริญวิปัสสนา วันหนึ่งกลับจากบิณฑบาต แสดงวัตรคือ กิจในการฉันแก่ภิกษุณีผู้เป็นเถรีทั้งหลายแล้วไปที่พักกลางวัน นั่งในที่ลับ เริ่มมนสิการวิปัสสนากัมมัฏฐาน พระศาสดาประทับอยู่ที่พระคันธกุฏีมีกลิ่น หอมนั่นแหละ ทรงเปล่งพระรัศมีแสดงพระองค์เหมือนประทับนั่งต่อหน้าของ นางสิกขมานามุตตานั้น ตรัสพระคาถานี้ว่า ดูก่อนนางมุตตา เธอจงเปลื้องจิตจากกิเลส เครื่องประกอบทั้งหลาย เหมือนพระจันทร์ถูกราหูจับ แล้ว พ้นจากเครื่องเศร้าหมองฉะนั้น เธอมีจิตหลุด พ้นแล้ว จงเป็นผู้ไม่มีหนี้บริโภคก้อนข้าวเถิด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ