เล่มที่ 53
ส่วนที่ 402
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 402 อ้างอิง: Book 53, Section 402 ประเภท: section
เนื้อหา
ภิกษุควรละความไม่ยินดี ความยินดีและความตรึก อันเกี่ยวกับบุตรและภรรยาเสียทั้งหมด ไม่ควรทำตัณหา ดังป่าชัฏในที่ไหน ๆ อีก เพราะผู้นั้นไม่มีตัณหาเพียงดัง ป่าชัฏ จึงชื่อว่าเป็นภิกษุ. รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาศัย แผ่นดินก็ดี อากาศก็ดี อยู่ใต้แผ่นดินก็ดี ทั้งหมดล้วน ไม่เที่ยง ย่อมคร่ำคร่าไป ผู้แทงตลอดอย่างนี้แล้วย่อม เที่ยวไป เพราะเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว. ปุถุชนทั้งหลายหมก มุ่นพัวพันอยู่ในรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ฟัง กลิ่นที่มา กระทบ และอารมณ์ที่ได้ทราบ, ภิกษุควรเป็นผู้ไม่หวั่น- ไหว กำจัดความพอใจในเบญจกามคุณเหล่านี้เสีย เพราะ ผู้ใดไม่ติดอยู่ในเบญจกามคุณเหล่านี้ บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวผู้นั้นว่าเป็นมุนี. ที่นั้น มิจฉาทิฏฐิซึ่งอิงอาศัยทิฏฐิ ๖๐ ประการ เป็นไปกับด้วยความตรึกอันไม่เป็นธรรม จึง ตั้งมั่นลงในความเป็นปุถุชน. ในกาลไหน ๆ ผู้ใดไม่เป็น ไปตามอำนาจของกิเลส ทั้งไม่กล่าวถ้อยคำหยาบคาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นมุนี. ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต มีจิตมั่นคงตลอด กาลนาน ไม่ลวงโลก มีปัญญารักษาตน ไม่มีความ ทะเยอทะยานเป็นมุนี ได้บรรลุสันติบทแล้ว หวังคอย เวลาเฉพาะปรินิพพานเท่านั้น. ดูก่อนท่านผู้สาวกของพระโคดม ท่านจงละทิ้งความ เย่อหยิ่งเสีย จงละทิ้งทางแห่งความเย่อหยิ่งให้หมดด้วย เพราะผู้หมกมุ่นอยู่ในทางแห่งความเย่อหยิ่ง จะต้อง เดือดร้อนอยู่ตลอดกาลนาน. หมู่สัตว์ผู้มีความลบหลู่คุณ ท่าน ถูกมานะกำจัดแล้ว ย่อมตกนรก. หมู่ชนถูกความ ทะนงตัวกำจัดแล้ว พากันตกนรก ย่อมเศร้าโศกตลอด กาลนาน. ในกาลบางครั้ง ภิกษุผู้ปฏิบัติชอบแล้ว ชนะ กิเลสด้วยมรรค ย่อมไม่เศร้าโศก ลับจะได้เกียรติคุณ และความสุข บัณฑิตทั้งหลายเรียกภิกษุผู้ประพฤติชอบ อย่างนั้นว่า เป็นผู้เห็นธรรม. เพราะเหตุนั้น ภิกษุใน ศาสนานี้ ไม่ควรมีกิเลสเครื่องตรึงใจ ควรมีแต่ความ เพียรชอบ ละนิวรณ์แล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ และละมานะ โดยไม่เหลือแล้ว เป็นผู้สงบระงับ บรรลุถึงที่สุดแห่ง วิชชาได้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ