เล่มที่ 53
ส่วนที่ 385
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 385 อ้างอิง: Book 53, Section 385 ประเภท: section
เนื้อหา
เมื่อพระวังคีสเถระกำจัดมานะที่เป็นไปแก่ตนไว้แล้ว เพราะอาศัย คุณสมบัติ คือความมีไหวพริบของตน จึงได้กล่าวคาถา ๔ คาถาต่อไปอีก ความว่า ดูก่อนท่านผู้สาวกของพระโคดม ท่านจงละทิ้งความ เย่อหยิ่งเสีย จงละทิ้งทางแห่งความเย่อหยิ่งให้หมดเสีย ด้วย เพราะผู้หมกมุ่นอยู่ในทางแห่งความเย่อหยิ่ง จะ ต้องเดือดร้อนอยู่ตลอดกาลช้านาน. หมู่สัตว์ผู้ยังมีความ ลบหลู่คุณท่าน ถูกมานะกำจัดแล้วไปตกนรก หมู่ชนคน กิเลสหนา ถูกความทะนงตัวกำจัดแล้ว พากันตกนรก ต้องเศร้าโศกอยู่ตลอดกาลนาน กาลบางครั้ง ภิกษุปฏิบัติ ชอบแล้ว ชนะกิเลสด้วยมรรค จึงไม่ต้องเศร้าโศก ยังกลับ ได้เกียรติคุณ และความสุข บัณฑิตทั้งหลายเรียกภิกษุ ผู้ปฏิบัติชอบอย่างนั้นว่า เป็นผู้เห็นธรรม. เพราะเหตุนั้น ภิกษุในศาสนานี้ไม่ควรมีกิเลสเครื่องตรึงใจ ควรมีแต่ ความเพียรชอบ ละนิวรณ์แล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ และละ มานะโดยไม่เหลือแล้ว เป็นผู้สงบระงับ บรรลุที่สุดแห่ง วิชชาได้. ข้าพเจ้าเร่าร้อนเพราะกามราคะ และจิตใจ ของข้าพเจ้าก็เร่าร้อนเพราะกามราคะเหมือนกัน ดูก่อน ท่านผู้สาวกของพระโคดม ขอพระคุณจงกรุณาบอกธรรม เครื่องดับความเร่าร้อนด้วยเถิด. ท่านพระอานนทเถระกล่าวคาถา ความว่า จิตของท่านเร่าร้อนก็เพราะความสำคัญผิด เพราะ- ฉะนั้น ท่านจงละทิ้งนิมิตอันงามซึ่งประกอบด้วยราคะเสีย ท่านจงอบรมจิตให้มีอารมณ์อันเดียว ตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว ด้วยการพิจารณาสิ่งทั้งปวงว่าเป็นของไม่สวยงาม จง อบรมกายคตาสติ จงเป็นผู้มากไปด้วยความเบื่อหน่าย ท่านจงเจริญอนิมิตคานุปัสสนา จงตัดอนุสัยคือมานะเสีย แต่นั้นท่านจักเป็นผู้สงบระงับ เที่ยวไป เพราะละมานะ เสียได้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ