เล่มที่ 53
ส่วนที่ 200
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 200 อ้างอิง: Book 53, Section 200 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี เป็นผู้ ประเสริฐในโลก เป็นนระผู้องอาจ ทรงใคร่วิเวก เป็น สัมพุทธเจ้า เข้าไปยังป่าหิมวันต์ พระองค์ผู้เลิศ เป็น มุนีประกอบด้วยกรุณา เป็นอุดมบุรุษ เสด็จเข้าป่าหิมวันต์ แล้ว ทรงนั่งคู้บัลลังก์ เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น มีรัศมีสว่างเจ้า น่ารื่นรมย์ใจดังดอกบัวเขียว ทรง รุ่งเรืองควรบูชา ดังกองไฟ เราได้เห็นพระนายของโลก ทรงรุ่งโรจน์ดุจดวงไฟ เหมือนสายฟ้าในอากาศ เช่นกับ พญูารัง มีดอกบานสะพรั่ง เพราะอาศัยการได้เห็น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐ เป็นมหาวีระ ทรงทำที่ สุดทุกข์ เป็นมุนีนี้ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ครั้นเรา ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นเทวดาล่วงเทวดาแล้ว ได้ตรวจดูลักษณะว่าเป็นพระพุทธเจ้าหรือมิใช่ มิฉะนั้น เราจะดูพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีจักษุ เราได้เห็นจักรมีกำ พันหนึ่งที่พื้นฝ่าพระบาท ครั้นได้เห็นพระลักษณะของ พระองค์แล้ว จึงถึงความตกลงในพระตถาคต. ในกาลนั้น เราจับไม้กวาดกวาดที่นั่นแล้ว ได้นำเอา ดอกไม้ ๘ ดอกมาบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้น บูชาพระพุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะไม่มีอาสวะนั้นแล้ว ทำ หนังเสือดาวเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นมัสการพระนายกของ โลก พระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ทรงอยู่ด้วย พระญาณใด เราจักประกาศพระญาณนั้น ท่านทั้งหลาย จงฟังคำเรากล่าว พระสยัมภูผู้มีความเจริญมากที่สุด ทรง ถอนสัตวโลกนี้แล้ว สัตว์เหล่านั้นอาศัยการได้เห็น พระองค์ ย่อมข้ามกระแสน้ำคือความสงสัยได้ พระองค์ เป็นพระศาสดา เป็นยอด เป็นธงชัย เป็นหลัก เป็น ร่มเงา เป็นที่พึ่ง เป็นประทีปส่องทาง เป็นพระ- พุทธเจ้าของสัตว์ทั้งหลาย น้ำในสมุทรอาจประมาณด้วย มาตราตวง แต่ใคร ๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุต- ญาณของพระองค์ได้เลย เอาดินมาชั่งดูแล้วอาจประมาณ แผ่นดินได้ แต่ใคร ๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุต- ญาณของพระองค์ได้เลย อาจวัดอากาศได้ด้วยเชือก หรือ นิ้วมือ แต่ใคร ๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ได้เลย พึงประมาณลำน้ำในมหาสมุทร และแผ่นดินทั้งหมดได้ แต่จะถือเอาพระพุทธญาณมา ประมาณนั้นไม่ควร ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ จิตของ สัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลกย่อมเป็นไป สัตว์เหล่านี้เข้าไป ภายในข่าย คือพระญาณของพระองค์ พระองค์ทรง บรรลุโพธิญาณอันอุดมสิ้นเชิงด้วยพระญาณใด พระ- สัพพัญญูก็ทรงย่ำยีอัญญเดียรถีย์พระญาณนั้น ท่าน สุรุจิดาบสกล่าวชมเชยด้วยคาถาเหล่านี้ แล้วปูลาดหนัง เสือบนแผ่นดินแล้วนั่งอยู่ ท่านกล่าวไว้ในบัดนี้ว่า ขุนเขา สูงสุดหยั่งลงในห้วงมหรรณพ ๘๔,๐๐๐ โยชน์ ขุนเขา สิเนรุทั้งด้านยาวและด้านกว้าง สูงสุดเพียงนั้น ทำให้ ละเอียดได้ด้วยประเภทการนับว่าแสนโกฏิ เมื่อตั้งเครื่อง หมายไว้ พึงถึงความสิ้นไป แต่ใคร ๆ ไม่อาจประมาณ พระสัพพัญญุตญาณพระองค์ได้เลย ผู้ใดพึงเอาข่าย ตาเล็ก ๆ ล้อมน้ำไว้ สัตว์น้ำบางเหล่าพึงเข้ารูปภายใน ข่ายผู้นั้น ข้าแต่พระมหาวีระ เดียรถีย์ผู้มีกิเลสหนา บางพวกก็เช่นนั้น แล่นไปถือเอาทิฏฐิผิด หลงอยู่ด้วย การลูบคลำ เดียรถีย์เหล่านี้เข้าไปภายในข่ายด้วยพระ- ญาณอันบริสุทธิ์ อันแสดงว่าไม่มีอะไรห้ามได้ของพระ- องค์ในล่วงพระญาณของพระองค์ไปได้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ