เล่มที่ 53

ส่วนที่ 18

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 18 อ้างอิง: Book 53, Section 18 ประเภท: section


เนื้อหา

พระศาสดาทรงตรวจดูอัธยาศัยของเขาแล้วทรงแสดง อินทริยภาวนา สูตร เขาได้ฟังแล้วได้ศรัทธาแล้วบวช เรียนเอาพระสูตรนั้นแล้ว คิด เนือง ๆ ถึงเนื้อความแห่งพระสูตรนั้น. ก็เนื้อความนี้นั้นจักมีแจ้งเฉพาะใน คาถาทั้งหลาย โดยประการที่ท่านคิดอยู่เนือง ๆ. ท่านเมื่อคิดค้นอยู่โดย ประการนั้น จึงเริ่มตั้งวิปัสสนาโดยเอาอายตนะเป็นประธาน ไม่นานนัก ก็ได้บรรลุพระอรหัต. กาลต่อมา เมื่อจะประกาศอาการที่ตนคิด จึงได้ กล่าวคาถาเหล่านี้ ความว่า ความคิดได้มีแล้วแก่ภิกษุชื่อว่าปาราปริยะ ผู้สมณะ นั่งอยู่ผู้เดียว มีจิตสงบ เพ่งฌาน. บุรุษพึงทำอะไรโดย ลำดับ พึงประพฤติวัตรอย่างไร ประพฤติมารยาทอย่างไร จึงชื่อว่าเป็นผู้ทำกิจของตนและชื่อว่าไม่เบียดเบียนใคร ๆ. อินทรีย์ทั้งหลาย ย่อมมีเพื่อประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ แก่มนุษย์ทั้งหลาย อินทรีย์ที่ไม่รักษาย่อมไม่เป็นไปเพื่อ ประโยชน์ อินทรีย์ที่รักษาย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์. บุรุษผู้รักษาและคุ้มครองอินทรีย์นั่นแหละ จึงชื่อว่าเป็นผู้ กระทำกิจของตน และชื่อว่าไม่เบียดเบียนใคร ๆ. ถ้า ผู้ใดไม่ห้ามจักขุนทรีย์อันเป็นไปในรูปทั้งหลาย เป็นผู้ ยังไม่เห็นโทษ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากทุกข์ได้เลย. อนึ่ง ผู้ใดไม่ห้ามโสตินทรีย์อันเป็นไปในเสียงทั้งหลาย ยังไม่ เห็นโทษ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากทุกข์ได้เลย. ถ้าผู้ใดไม่ เห็นอุบายเครื่องสลัดออก ซ่องเสพในกลิ่น ผู้นั้นเป็นผู้ หมกมุ่นอยู่ในกลิ่น ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์. ผู้ใดมัวแต่ คำนึงถึงรสเปรี้ยว รสหวาน และรสขม เป็นผู้กำหนัด ยินดีด้วยตัณหาในรส ไม่รู้สึกถึงความคิดในใจ (อันเกิดขึ้น ในขณะบรรพชาว่าจักทำที่สุดทุกข์) ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไป จากทุกข์. ผู้ใดมัวนึกถึงโผฏฐัพพะอันสวยงาม ไม่ ปฏิกูล ยินดีแล้ว ผู้นั้นย่อมได้ประสบทุกข์มีประการต่าง ๆ อันมีราคะเป็นเหตุ. ก็ผู้ใดไม่อาจรักษาใจจากธรรม เหล่านี้ เพราะการไม่รักษาใจนั้น ทุกข์จากอารมณ์ทั้ง ๕ นั้น ย่อมติดตามผู้นั้นไป.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ