เล่มที่ 52

ส่วนที่ 328

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 328 อ้างอิง: Book 52, Section 328 ประเภท: section


เนื้อหา

ในเวลาเธอมีอายุ ๗ ขวบ ได้ยินเรื่องที่ตนอยู่ในครรภ์ และการ ตายของมารดา ก็เกิดความสลดใจจึงกล่าวว่า ฉันจักบวช. พวกญาติ กล่าวว่า ดีละพ่อ ดังนี้แล้วนำไปยังสำนักของพระธรรมเสนาบดี ได้มอบ ให้ด้วยคำว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ โปรดให้เด็กนี้บวชเถิด. พระเถระได้ให้ ตจปัญจกกรรมฐานแล้วให้เธอบวช. เธอบรรลุพระอรหัตพร้อมด้วย ปฏิสัมภิทาในขณะปลงผมนั้นเอง อยู่ในป่ากับภิกษุประมาณ ๓๐ รูป ให้ ภิกษุเหล่านั้นพ้นจากมือโจร แม้ตนเองก็ทรมานโจรเหล่านั้นให้บวชแล้ว อยู่กับภิกษุเป็นอันมากในวิหารแห่งหนึ่ง เห็นภิกษุเหล่านั้นมัวทะเลาะกัน จึงบอกภิกษุเหล่านั้นด้วยคำว่า เราจะไปในที่อื่น ในเรื่องนี้มีความสังเขป เพียงเท่านี้. ส่วนความพิสดารพึงรู้โดยนัยอันมาแล้วในเรื่องแห่งพระ- ธรรมบทนั่นแล. ลำดับนั้น อุบาสกคนหนึ่งประสงค์จะอุปัฏฐากเธอ จึงอ้อนวอนให้ เธออยู่ในที่ใกล้ ๆ จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า ดูก่อนพ่อสามเณร จะมีประโยชน์อะไรในป่า ภูเขา ชื่ออุชชุหานะ เป็นที่ไม่สบายในฤดูฝน เพราะฉะนั้น ภูเขาอุชชุหานะจะมีประโยชน์อะไรแก่ท่าน ลมหัวด้วน พัดมาอยู่ ท่านพอใจหรือ เพราะความเงียบสงัดเป็นที่ ต้องการของผู้เจริญฌาน. สังกิจจสามเณรได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวคาถา๑เหล่านี้ว่า ลมหัวด้วนในฤดูฝน ย่อมพัดผันเอาวลาหกไปฉันใด สัญญาอันประกอบด้วยวิเวก ย่อมคร่าเอาจิตอาตมามาสู่ ความสงัดก็ฉันนั้น กายคตาสติกัมมัฏฐาน อันประกอบ ๑. ขุ. เถร ๒๖/ข้อ ๓๗๗. ด้วยความคลายกำหนัดในร่างกาย ย่อมเกิดขึ้นแก่อาตมา ทันที เหมือนกาอันเป็นสัตว์เกิดแต่ฟองไข่ มีสีดำ เที่ยว อาศัยอยู่ในป่าช้าฉะนั้น บุคคลเหล่าอื่นย่อมไม่รักษา บรรพชิต และบรรพชิตก็ไม่รักษาคนเหล่าอื่น ภิกษุ นั้นแลเป็นผู้ไม่ห่วงใยในกามทั้งหลาย ย่อมอยู่เป็นสุข แอ่งศิลาซึ่งมีน้ำใส ประกอบด้วยหมู่ชะนีและค่าง ดาร- ดาษไปด้วยสาหร่าย ย่อมยังอาตมาให้ยินดี การที่อาตมา อยู่ในเสนาสนะป่า ซอกเขาและถ้ำอันเป็นที่สงัด เป็นที่ ซ่องเสพแห่งมวลมฤค ย่อมทำให้อาตมายินดี อาตมา ไม่เคยรู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐประกอบด้วยโทษ เลยว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกเบียดเบียน จงถูกฆ่า จงได้ รับทุกข์ อาตมาได้ทำความคุ้นเคยกับพระศาสดาแล้ว คำ สั่งสอนของพระพุทธเจ้า อาตมาทำเสร็จแล้ว อาตมา ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพ แล้ว บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิต ด้วยศรัทธาต้องการแล้ว ถึงความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ ทั้งปวงแล้ว อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลิน ความเป็นอยู่ และรอเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้สิ้น เวลาทำงานฉะนั้น อาตมาไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิด- เพลิน ความเป็นอยู่ และเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ รอ เวลาตายอยู่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ