เล่มที่ 52

ส่วนที่ 273

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 273 อ้างอิง: Book 52, Section 273 ประเภท: section


เนื้อหา

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีส่วนเสนอด้วย หงส์ มีพระสุรเสียงเหมือนหงส์และมโหระทึก ได้ตรัสว่า จงดูมหาอำมาตย์ผู้นี้ ผู้แกล้วกล้าในการตัดสิน หมอบ อยู่แทบเท้าของเรา มีกายประดุจลอยขึ้นและมีใจฟูด้วย ปีติ มีวรรณะเหมือนแสงแห่งแก้วมุกดา งดงามนัยน์ตา และหน้าผ่องใส มีบริวารเป็นอันมาก ทำราชการ มียศใหญ่ มหาอำมาตย์นี้ เขาปรารถนาตำแหน่งภิกษุ ผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ เพราะพลอยยินดีด้วยการบริจาค บิณฑบาตนี้ และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เขาจักไม่เข้า ถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป จักเสวยความเป็นผู้มีโชคดีใน หมู่ทวยเทพ และจักเสวยความเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์ จักบรรลุถึงพระนิพพานด้วยผลกรรมส่วนที่เหลือ ในแสน กัปแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามว่าโคดม ทรงสมภพ ในวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มหาอำมาตย์นี้ จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระ- องค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของ พระศาสดามีนามว่า กัปปินะ ต่อแต่นั้น เราก็ได้ทำ สักการะด้วยดีในพระศาสนาของพระชินสีห์ ละร่าง มนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดุสิต. เราครองราชย์ในเทวดาและมนุษย์ โดยเป็นส่วน ๆ. แล้ว เกิดในสกุลช่างหูก ที่ตำบลบ้านใกล้พระนคร พาราณสี เรากับภรรยามีบริวารแสนคน ได้อุปัฏฐากพระ- ปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ ได้ถวายโภชนาหารตลอด ไตรมาส แล้วให้ครองไตรจีวร เราทั้งหมดจุติจากอัตภาพ นั้นแล้ว ได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นไตรทศ เราทั้งหมดจุติจาก สวรรค์นั้นแล้ว กลับมาเป็นมนุษย์อีก พวกเราเกิดใน กุกกุฏบุรี ข้างป่าหิมพานต์ เราได้เป็นราชโอรสผู้มียศ ใหญ่ พระนามว่า กัปปินะ พวกที่เหลือเกิดในสกุล อำมาตย์ เป็นบริวารของเรา เราเป็นผู้ถึงความสุข อัน เกิดแต่ความเป็นมหาราชา ได้สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ ทุกประการ ได้สดับข่าวสาสน์อุบัติของพระพุทธเจ้า ที่ พวกพ่อค้าบอกดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าผู้เอกอัครบุคคลไม่มี ใครเสมอเหมือน เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์ทรง ประกาศพระสัทธรรม อันเป็นธรรมไม่ตาย เป็นอุดมสุข และสาวกของพระองค์เป็นผู้หมั่นขยัน พ้นทุกข์ ไม่มี อาสวกิเลส ครั้นเราได้สดับคำของพ่อค้าเหล่านั้นแล้ว ได้ทำการ สักการะพวกพ่อค้าสละราชสมบัติ พร้อมด้วยอำมาตย์ เป็นพุทธมามกะ พากันออกเดินทาง ได้พบแม่น้ำมหา- จันทานที มีน้ำเต็มเปี่ยมเสมอขอบฝั่ง ทั้งไม่มีท่าน้ำ ไม่มีแพ ข้ามได้ยาก มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เราระลึก ถึงพระพุทธคุณแล้ว ก็ข้ามแม่น้ำไปได้โดยสวัสดี ถ้า พระพุทธองค์ทรงข้ามกระแสน้ำคือภพไปได้ ถึงที่สุดแห่ง โลก ทรงรู้แจ้งชัดไซร้ ด้วยสัจจวาจานี้ ก็ขอให้การ ไปของเราจงสำเร็จ ถ้ามรรคเป็นเครื่องให้สัตว์ถึงความ สงบได้ เป็นเครื่องให้โมกขธรรม เป็นธรรมสงบระงับ นำความสุขมาให้ได้ไซร้ ด้วยสัจจวาจานี้ ก็ขอให้การไป ของเราจงสำเร็จ ถ้าพระสงฆ์เป็นผู้ข้ามพ้นหนทางกันดาร ไปได้ เป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยมไซร้ ด้วยสัจจวาจานี้ ก็ ขอให้การไปของเราจงสำเร็จ พร้อมกับที่เราได้ทำสัจจะ อันประเสริฐ ดังนี้ น้ำได้ไหลหลีกออกไปจากหนทาง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ