เล่มที่ 52

ส่วนที่ 248

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 248 อ้างอิง: Book 52, Section 248 ประเภท: section


เนื้อหา

ลำดับนั้น พระราชาทรงดำริว่า คนมีประมาณตั้งเท่านี้ ช่างไม่มี ความรักเยื่อใยในเราเสียเลย ไม่ยอมกราบทูลคำอะไร ๆ แด่พระทศพล เพื่อการเสด็จมาในที่นี้, แต่อุทายีคนนี้แล เป็นผู้มีวัยเสมอกันกับพระ- ทศพล เคยร่วมเล่นฝุ่นมาด้วยกัน และจักมีความรักเยื่อใยในเรา เราจัก ส่งเจ้าคนนี้ไป ดังนี้ จึงทรงมีรับสั่งให้เรียกอุทายีนั้นมาแล้ว ตรัสว่า พ่อคุณเอ๋ย ! พ่อ พร้อมด้วยบุรุษเป็นบริวาร ๑,๐๐๐ คน จงไปยังกรุง ราชคฤห์แล้ว นำพระทศพลมาให้ได้ ดังนี้แล้ว จึงทรงส่งไป. ฝ่าย กาฬุทายีอำมาตย์นั้น เมื่อจะไปจึงกราบทูลว่า ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม หากข้าพระองค์จักได้การบวชไซร้ ข้าพระองค์จึงจักนำพระผู้มีพระภาคเจ้ามาในที่นี้ ดังนี้ มีพระดำรัสตอบว่า เธอจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ขอให้แสดงบุตรแก่เราก็แล้วกัน ดังนี้แล้ว จึงไปยังกรุงราชคฤห์ พอดีในเวลาพระศาสดาทรงแสดงธรรม จึงยืนฟัง ธรรมอยู่ข้างท้ายบริษัท พร้อมด้วยบริวารก็บรรลุพระอรหัต ดำรงอยู่ใน ความเป็นเอหิภิกขุ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทาน ๑ ว่า :- เมื่อพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ เชษฐ- บุรุษของโลก ผู้คงที่ เสด็จดำเนินทางไกล เที่ยวจาริก ไปในเวลานั้น เราได้ถือเอาดอกปทุม ดอกอุบล และ ดอกมะลิซ้อนอันบานสะพรั่ง และถือข้าวสุกชั้นพิเศษมา ถวายแด่พระศาสดา พระมหาวีรชินเจ้า เสวยข้าว ชั้นพิเศษ อันเป็นโภชนะที่ดี และทรงรัดดอกไม้นั้นแล้ว ทรงยังเราให้รื่นเริงว่า ผู้ใดได้ถวายดอกปทุมอันอุดม เป็นที่ปรารถนา เป็นที่น่าใคร่ในโลกนี้แก่เรา ผู้นั้นทำ ๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๓๖. กรรมที่ทำได้ยากนัก ผู้ใดได้บูชาดอกไม้ และได้ถวาย ข้าวชั้นพิเศษแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลาย จงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๑๘ ครั้ง ดอกอุบล ดอกปทุม และดอกมะลิซ้อน จะมีในเบื้องบน ผู้นั้น ด้วยผลแห่งบุญนั้น ผู้นั้นจักสร้างหลังคาอันประกอบ ด้วยของหอมอันเป็นทิพย์ไว้ในอากาศ จักทรงไว้ในเวลา นั้น จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ครั้ง จักได้เป็น พระราชาในแผ่นดินครอบครองพสุธา ๕๐๐ ครั้ง ในกัปที่ แสน พระศาสดามีพระนานว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์ พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นปรารถนา ในกรรมของตน อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็นบุรุษ ผู้มีชื่อเสียง ทำความเพลิดเพลินให้เกิดแก่เจ้าศากยะ ทั้งหลาย แต่ภายหลังผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักบวช จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะ นิพพาน พระโคดมผู้เผ่าพันธุ์ของโลก จักทรงตั้งผู้นั้นซึ่งบรรลุ ปฏิสัมภิทา ได้ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะใน เอตทัคคสถาน ผู้นั้นมีตนส่งไปแล้วเพื่อความเพียร สงบ ระงับ ไม่มีอุปธิ จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่า อุทายี เรากำจัดราคะ โทสะ โมหะ มานะ และมักขะ ได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ เรา ยังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทรงโปรดปราน มีความเพียร มีปัญญา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเลื่อมใส ทรง ตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ ...ฯลฯ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จ แล้ว ดังนี้. ก็ท่านพระกาฬุทายี ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงคิดว่า รอก่อน กาลนี้ยังไม่สมควร เพื่อการเสด็จไปสู่พระนครอันเป็นสกุลเดิมของพระ- ทศพล, แต่เมื่อถึงฤดูฝนแล้ว ไพรสณฑ์จะมีดอกไม้บานสะพรั่ง จึงจัก เป็นกาลเหมาะเพื่อการเสด็จไป บนภูมิภาคที่ดารดาษด้วยติณชาติเขียวขจี ดังนี้แล้ว จึงเฝ้ารอกาล เมื่อถึงฤดูฝนแล้ว พอจะพรรณนาชมหนทางไป เพื่อการเสด็จไปยังพระนครอันเป็นสกุลเดิมของพระศาสดา จึงกล่าวคาถา ๑ เหล่านี้ว่า :- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ หมู่ไม้ทั้งหลาย มีดอก และใบสีแดงดุจถ่านเพลิง ผลิผลสลัดใบเก่าร่วงหล่นไป หมู่ไม้เหล่านั้นงดงามรุ่งเรื่องดุจเปลวเพลิง ข้าแต่พระองค์ ผู้มีความเพียรใหญ่ เวลานี้เป็นเวลาสมควรอนุเคราะห์หมู่ พระญาติ ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า หมู่ไม้ทั้งหลายมี ดอกบานงดงามดี น่ารื่นรมย์ใจ ส่งกลิ่นหอมพุ่งตลบไป ทั่วทิศโดยรอบ ผลัดใบเก่า ผลิดอกออกผล เวลานี้เป็น เวลาสมควรจะหลีกออกไปจากที่นี้ ขอเชิญพระพิชิตมาร เสด็จไปสู่กรุงกบิลพัสดุ์เถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฤดูนี้ ก็เป็นฤดูที่ไม่หนาวนัก ไม่ร้อนนัก เป็นฤดูพอสบาย ทั้ง มรรคาก็สะดวก ขอพวกศากยะและโกลิยะทั้งหลาย จง ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๗๐. ได้เข้าเฝ้าพระองค์ที่แม่น้ำโรหิณี อันมีปากน้ำอยู่ทางทิศใต้ เถิด ชาวนาไถนาด้วยความหวังผล หว่านพืชด้วยความ หวังผล พ่อค้าผู้เที่ยวหาทรัพย์ ย่อมไปสู่สมุทรด้วยความ หวังทรัพย์ ข้าพระองค์อยู่ในที่นี้ ด้วยความหวังผลอันใด ขอความหวังผลอันนั้น จงสำเร็จแก่ข้าพระองค์เถิดชาวนา หว่านพืชบ่อย ๆ ฝนตกบ่อย ๆ ชาวนาไถนาบ่อย ๆ แว่น แคว้นสมบูรณ์ด้วยธัญญาหารบ่อย ๆ พวกยาจกเที่ยวขอ ทานบ่อย ๆ ผู้เป็นทานบดีให้บ่อย ๆ ครั้นให้บ่อย ๆ แล้ว ย่อมเข้าถึงสวรรค์บ่อย ๆ บุรุษผู้มีความเพียร มี ปัญญากว้างขวาง เกิดในสกุลใด ย่อมยังสกุลนั้นให้ บริสุทธิ์สะอาดตลอด ๗ ชั่วคน ข้าพระองค์ย่อมเข้าใจว่า พระองค์เป็นเทพเจ้าประเสริฐกว่าเทพเจ้าทั้งหลาย ย่อม ทรงสามารถทำให้สกุลบริสุทธิ์ เพราะพระองค์เกิดแล้ว โดยอริยชาติ ได้สัจนามว่า เป็นนักปราชญ์ สมเด็จ พระบิดาของพระองค์ ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรง พระนามว่าสุทโธทนะ สมเด็จพระนางเจ้ามายาพระมเหสี ของพระเจ้าสุทโธทนะ เป็นพระพุทธมารดา ทรงบริหาร พระองค์ผู้เป็นพระโพธิสัตว์มาด้วยพระครรภ์ เสด็จ สวรรคตไปบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ สมเด็จพระนางเจ้า มายาเทวีนั้น ครั้นสวรรคตจุติจากโลกนี้แล้ว ทรงพรั่ง- พร้อมด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ มีหมู่นางฟ้าห้อมล้อม บันเทิงอยู่ด้วยเบญจกามคุณ อาตมภาพเป็นบุตรของพระ- พุทธเจ้า ผู้ไม่มีสิ่งใดจะย่ำยีได้ มีพระรัศมีแผ่ซ่านจาก พระกาย ไม่มีผู้จะเปรียบปาน ผู้คงที่ ดูก่อนมหาบพิตร พระองค์เป็นพระบิดาของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบิดาแห่ง อาตมภาพ ดูก่อนมหาบพิตร พระองค์เป็นพระอัยกา ของอาตมภาพโดยธรรม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า องฺคาริโน ได้แก่ถ่านเพลิง ซึ่งแปลว่า ดุจถ่านเพลิง, ชื่อว่า องฺคาริโน เพราะอรรถว่า หมู่ไม้ทั้งหลายเหล่านั้น มีดอกและใบ มีสีดังแก้วประพาฬแดง, อธิบายว่า ดุจฝนถ่านเพลิง เกลื่อน กล่นด้วยตุ่มดอกไม้โกสุมสีแดงเข้ม.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ