เล่มที่ 52
ส่วนที่ 238
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 238 อ้างอิง: Book 52, Section 238 ประเภท: section
เนื้อหา
พระเถระเมื่อจะประกาศการยินดียิ่งในความสงัดและความอยู่ผาสุก สบายในป่านั้นของตน จึงกล่าวคาถาทั้งหลายเหล่านี้ว่า :- เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ในเบญจขันธ์ที่ปุถุชนทั้ง หลายไม่รู้แจ้งว่า ความแก่และความตาย นี้เป็นทุกข์ แล้ว ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๙. จมอยู่ เป็นผู้มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความ ยินดีในเบญจขันธ์นั้น ยิ่งไปกว่าความยินดีในวิปัสสนา และในมรรคผล เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาอันนำทุกข์มา ให้ ซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ นำมาซึ่งทุกข์อันเกิดเพราะ ความต่อเนื่องแห่งธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า เป็นผู้มีสติ เพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดี ยิ่งไป กว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตถูกต้องทางอัน สูงสุด เป็นทางปลอดโปร่ง ให้ถึงองค์ ๒ และองค์ ๔ เป็นที่ชำระกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญา มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อ นั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดียิ่งไปกว่าการเพ่งพิจารณา นั้น เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบทอันไม่ทำให้เศร้าโศก ปราศจากธุลี อันปัจจัยอะไร ๆ ปรุงแต่งไม่ได้ ให้หมดจด จากกิเลสทั้งปวง เป็นเครื่องตัดกิเลสเครื่องผูกพัน คือ สังโยชน์ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดียิ่งไปกว่า การเจริญสันตบทนั้น เมื่อใด กลองคือเมฆอันเกลื่อนกล่น ด้วยสายฝน ย่อมคำรนร้องอยู่บนนภากาศ อันเป็นทาง ไปแห่งฝูงนกอยู่โดยรอบ และภิกษุไปเพ่งพิจารณาธรรม อยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่าง อื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตมีจิต เบิกบาน นั่งเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย อันดารดาษไปด้วยดอกโกสุม และดอกมะลิที่เกิดในป่า อันวิจิตรงดงาม ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการนั่งเพ่งพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด มีฝนฟ้า ร้องในเวลาราตรี ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวก็พากันยินดีอยู่ในป่า ใหญ่ และภิกษุไปเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อ นั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการ พิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตน เข้าไปสู่ถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสอันตรึงใจเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการ พิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุมีความสุข ยังมลทิน กิเลสอันครั้งจิตและความเศร้าโศกให้พินาศ ไม่มีกลอน ประตูคืออวิชชา ไม่มีป่า คือตัณหา ปราศจากลูกศร คือ กิเลส เป็นผู้ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป เพ่งพิจารณา ธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งพิจารณาธรรมนั้น. บรรดาคาถาเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบการพรรณนาเนื้อความแห่ง คาถาแรก ซึ่งมีวาจาประกอบความเฉพาะบทที่เป็นประธานดังต่อไปนี้ :- ความแก่รอบแห่งขันธ์ทั้งหลายชื่อว่า ชรา. ความแตก (แห่งขันธ์ทั้งหลาย) ชื่อว่า มรณะ. ก็ธรรมดาที่มีความแก่และความตาย ในที่นี้ท่านสงเคราะห์ มุ่งถึงชราและมรณะ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ