เล่มที่ 52

ส่วนที่ 231

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 231 อ้างอิง: Book 52, Section 231 ประเภท: section


เนื้อหา

ในเด็กทั้งสองคนนั้น จูฬปันถก ยังเป็นเด็กเล็กนัก ส่วนมหาปันถก ไปสู่สำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้ากับคุณตาแล้ว เห็นพระศาสดาแล้ว พร้อมกับการเห็นก็ได้เกิดศรัทธา ฟังธรรมแล้ว เพราะค่าที่ตนสมบูรณ์ ด้วยอุปนิสัย เป็นผู้มีความประสงค์จะบรรพชา จึงบอกลาท่านตา. ท่านตา นั้นกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระศาสดาแล้ว ก็ให้เขาบรรพชา. เขา บรรพชาแล้ว เล่าเรียนพระพุทธพจน์ได้เป็นจำนวนมาก พอมีอายุครบ ๒๐ ปี อุปสมบทแล้ว ทำมนสิการโดยอุบายอันแยบคายโดยพิเศษ เป็น ผู้ได้อรูปฌาน ๔ ออกจากอรูปฌาน ๔ นั้นแล้ว ก็พยายามยกจิตขึ้นสู่ วิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเป็นเลิศกว่าภิกษุ ทั้งหลายผู้ฉลาดในการเปลี่ยนแปลงทางสัญญา ท่านยับยั้งอยู่ด้วยความสุข อันเกิดแต่ฌาน และความสุขอันเกิดแต่ผล. วันหนึ่งจึงพิจารณาถึงข้อปฏิบัติ ของตน อาศัยข้อปฏิบัติที่คนได้บรรลุแล้ว ได้เกิดโสมนัส เมื่อจะบันลือ สีหนาท จึงกล่าวคาถา ๑ เหล่านั้นว่า ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๘. เมื่อใด เราได้เห็นพระศาสดาผู้ปลอดภัยเป็นครั้งแรก เมื่อนั้นความสลดใจได้เกิดมีแก่เรา เพราะได้เห็นพระ- ศาสดาผู้อุดมบุรุษ ผู้ใดนอบน้อมพระศาสดาผู้ทรงสิริ ที่ พระบาทด้วยมือทั้งสอง ผู้นั้นพึงทำพระศาสดาให้ทรง ยินดีโปรดปราน ครั้งนั้นเราได้ละทิ้งบุตร ภรรยา ทรัพย์ และธัญญาหาร ปลงผมและหนวดออกบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพ สำรวมดีแล้วในอินทรีย์ ทั้งหลาย ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ไม่ พ่ายแพ้ต่อมาร ครั้งนั้นความตั้งใจปรารถนาสำเร็จแก่เรา เราไม่ได้นั่งอยู่เปล่าแม้เพียงครู่เดียว ในเมื่อยังถอนลูกศร คือตัณหาขึ้นไม่ได้ ขอจงดูความเพียร ความบากบั่น ของเราผู้อยู่ด้วยความตั้งใจอย่างนั้น เราได้บรรลุวิชชา ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว เราระลึก ชาติก่อน ๆ ได้ ได้ชำระทิพยจักษุหมดจดแล้ว เป็น พระอรหันต์ผู้ควรแก่ทักษิณา หลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิ ต่อเมื่อราตรีสิ้นไปแล้ว พระอาทิตย์อุทัยขึ้นมา เราทำ ตัณหาทั้งปวงให้เหือดแห้งไป จึงเข้าไปสู่ภายในกุฎีโดย บัลลังก์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยทา แปลว่า ในกาลใด. บทว่า ป€มํ แปลว่า ตั้งแต่ครั้งแรก. บทว่า อทฺทกฺขึ แปลว่า ได้เห็นแล้ว. บทว่า สตฺถารํ ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้า.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ