เล่มที่ 52

ส่วนที่ 207

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 207 อ้างอิง: Book 52, Section 207 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า วนฺทิสฺสํ แปลว่า ถวายบังคมแล้ว. บทว่า สํหริตฺวาน ปาณโย ได้แก่ การทำมือทั้งสองให้บรรจบกัน โดยอาการดอกบัวตูม. อธิบายว่า การทำอัญชลี. บทว่า อนุจงฺกมิสฺสํ ความว่า เราเดินจงกรมโดยการเดินตามไป เบื้องพระปฤษฎางค์ แห่งพระศาสดาผู้ทรงจงกรมอยู่. บทว่า วิรชํ แปลว่า ปราศจากธุลีมีราคะเป็นต้น. บทว่า ปญฺเห ได้แก่ กุมารปัญหา. บทว่า วิทู ได้แก่รู้สิ่งที่ควรรู้ อธิบายว่า รู้สิ่งทั้งปวง. ชื่อว่าผู้ ไม่สะดุ้งและไม่กลัว เพราะเราละความสะดุ้งและความกลัวที่เกิดขึ้นว่า พระศาสดาจักตรัสถามเราดังนี้ ด้วยพระอรหัตมรรคแล้ว จึงพยากรณ์. บทว่า เยสายํ โยคว่า เยสํ องฺคมคธานํ อยํ โสปาโก โสปากะบริโภคจีวร ฯลฯ ของชาวอังคะและมคธะเหล่าใด. บทว่า ปจฺจยํ ได้แก่ คิลานปัจจัย. บทว่า สามีจึ ได้แก่ กระทำสามีจิกรรม มีการหลีกทางให้ และการพัดวีเป็นต้น. ท อักษรในบทว่า อชฺชทคฺเค นี้ กระทำการเชื่อมบท. อธิบายว่า กระทำวันนี้ให้เป็นต้นไป คือจำเดิมแต่วันนี้. บาลีว่า อชฺชตคฺเค ดังนี้ ก็มี อธิบายว่า กระทำกาลมีในวันนี้ให้เป็นต้นไป. บทว่า ทสฺสนาโยปสงฺกม ความว่า เธออย่าคิดว่า มีชาติต่ำ หรือ อ่อนวัยกว่า จงเข้าไปพบเรา. บทว่า เอสา เจว มีวาจาประกอบความว่า ก็พระศาสดาได้ ตรัสว่า ข้อที่เธอเทียบเคียงกับสัพพัญญุตญาณของเราแล้ว การทำการแก้ ปัญหานี้นั่นแล จงเป็นอุปสมบทของเธอ. บาลีว่า ลทฺธา เม อุปสมฺ- ปทา เราได้อุปสมบทแล้ว ดังนี้ก็มี. สำหรับอาจารย์นางพวกที่กล่าวว่า ลทฺธาน อุปสมฺปทํ ได้อุปสมบทแล้วดังนี้นั้น . บทว่า สตฺตวสฺเสน ได้แก่ โดยปีที่ ๗. อีกอย่างหนึ่ง พึงเดิมคำที่เหลือว่า สตฺตวสฺเสน หุตฺวา เป็นผู้มีอายุ ๗ ปี. ส่วนคำที่ไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาโสปากเถรคาถาที่ ๔ ๕. สรภังคเถรคาถา ว่าด้วยคาถาของพระสรภังคเถระ [๓๖๕] เราหักต้นแขมด้วยมือทั้งสองทำกระท่อมอยู่ เพราะ- ฉะนั้น เราจึงมีชื่อโดยสมมติว่า สรภังคะ วันนี้เราไม่ ควรหักต้นแขนด้วยมือทั้งสองอีก เพราะพระสมณโคดม ผู้เรืองยศ ทรงบัญญัติสิกขาบทแก่เราทั้งหลาย. เมื่อก่อน เราผู้ชื่อว่าสรภังคะ ไม่เคยได้เห็นโรคคืออุปาทานขันธ์ ๕ ครบบริบูรณ์ทั้งสิ้น โรคนั้นอันเราผู้ทำตามพระดำรัสของ พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ได้เห็นแล้ว. พระ- สัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสี พระสิขี พระ- เวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ ได้เสด็จไปแล้วโดยทางใดแล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระ- นามว่าโคดม ก็ได้เสร็จไปแล้วโดยทางนั้น. พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์นี้ ทรงปราศจากตัณหา ไม่ทรงถือมั่น ทรง หยั่งถึงความสิ้นกิเลส เสด็จอุบัติโดยธรรมกาย ผู้คงที่ ทรงเอ็นดูอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลาย ได้ทรงแสดงธรรม คือ อริยสัจ ๔ อันได้แก่ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ทางเป็นที่สิ้นทุกข์ เป็นทางที่ทุกข์ไม่เป็นไป อันไม่มีที่สุด ในสงสาร เพราะกายนี้แตก และเพราะความสิ้นชีวิต การเกิดในภพใหม่อย่างอื่นมิได้มี เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว จากสรรพกิเลสและภพทั้งปวง. จบสรภังคเถรคาถา รวมพระคาถา พระเถระ ๕ องค์ได้กล่าวคาถาองค์ละ ๗ คาถา รวมเป็น ๓ คาถา คือ ๑. พระสุนทรสมุททเถระ ๒. พระลกุณฏกภัตทิยเถระ ๓. พระ- ภัททเถระ ๔. พระโสปากเถระ ๕. พระสรภังคเถระ. จบสัตตกนิบาต อรรถกถาสรภังคเถรคาถาที่ ๕ คาถาของ ท่านพระสรภังคเถระ มีคำเริ่มต้นว่า สเร หตฺเถหิ ดังนี้. เรื่องนี้มีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร ?


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ