เล่มที่ 52
ส่วนที่ 177
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 177 อ้างอิง: Book 52, Section 177 ประเภท: section
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปชฺเช เต สเจ ความว่า ถ้าเมื่อ เธอบำเพ็ญเพียรพระกรรมฐานอยู่ ความโกรธที่สะสมมานานอาศัยบุคคล ไร ๆ พึงเกิดขึ้น เพื่อจะระงับความโกรธนั้น เธอจงระลึกถึงพระโอวาท อันอุปมาด้วยเลื่อยที่พระศาสดาตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้พวกโจรผู้มีความประพฤติ ต่ำทราม เอาเลื่อยมีด้ามทั้งสองข้างมาเลื่อยอวัยวะน้อย ใหญ่ ผู้ใดทำใจให้เกิดประทุษร้ายในโจรแม้เหล่านั้น ด้วยเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่าไม่กระทำตามคำสอนของเรา ดังนี้. บทว่า อุปฺปชฺเช เจ รเส ตณฺหา ความว่า ถ้าตัณหาคือความยินดี ในรส มีชนิดรสหวานเป็นต้น พึงเกิดขึ้นแก่เธอไซร้ เพื่อจะระงับความ ยินดีนั้น จงระลึก คือหวนระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเนื้อบุตรที่ ตรัสไว้อย่างนี้ว่า ภรรยาและสามีเคี้ยวกินเนื้อบุตร ก็เพื่อข้ามให้พ้น ทางกันดารเท่านั้น มิใช่เพื่อความอยากในรส ฉันใด แม้กุลบุตรก็ฉันนั้น บวชแล้วเสพบิณฑบาต เพียงเพื่อ ...ฯลฯ... การอยู่ผาสุก ดังนี้. บทว่า สเจ ธาวติ เต จิตฺตํ ความว่า ถ้าจิตของเธอมนสิการโดย ไม่แยบคาย ย่อมวิ่งไป คืบซ่านไป แล่นไป ด้วยอำนาจฉันทราคะในกาม คือกามคุณ ๕ และด้วยอำนาจปรารถนาภพ ในบรรดาภพทั้งหลายมี กามภพเป็นต้น. บทว่า ขิปฺปํ นิคฺคณฺห สติยา กิฏฺาทํ วิย ทุปฺปสุํ ความว่า เธอ เมื่อจะให้จิตวิ่งไปอย่างนั้น จงเอาสติ ได้แก่ เชือก คือสติผูกไว้ที่หลัก คือสมาธิ รีบข่มเสียโดยรวดเร็ว เหมือนบุรุษเอาเชือกผูกสัตว์เลี้ยงตัวเกเร คือโคตัวร้ายซึ่งเคี้ยวกินข้าวกล้า ไว้ที่หลักทำให้อยู่ในอำนาจของตนฉะนั้น คือเธอจงทรมานโดยประการที่จะหมดพยศเพราะปราศจากกิเลส. ส่วน อาจารย์บางพวกกล่าวว่า พระเถระยังเป็นปุถุชนอยู่เลย อดกลั่นการด่า เสียได้ เมื่อจะประกาศคุณอันประเสริฐ จึงกล่าวธรรมแก่มนุษย์เหล่านั้น ภายหลังจึงโอวาทตนด้วยคาถา ๒ คาถา แล้วเจริญด้วยวิปัสสนาได้บรรลุ พระอรหัต เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้นั่นแล. จบอรรถกถาพรหมทัตตเถรคาถาที่ ๑๒ ๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา ว่าด้วยคาถาของพระสิริมัณฑเถระ [๓๕๙] มุงบังไว้ฝนยิ่งรั่วรด เปิดไว้ฝนกลับไม่รั่วรด เพราะ ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเปิดที่มุงบังเสียเถิด ฝนจักไม่รั่ว รดท่านด้วยอาการอย่างนี้ โลกถูกมัจจุกำจัด ถูกชรารุม ล้อม ถูกศร คือตัณหาทิ่มแทง ถูกความปรารถนาแผด เผาทุกเมื่อ โลกถูกมัจจุกำจัด และถูกชรารุมล้อม ไม่มี สิ่งใดต้านทานได้ ย่อมเดือดร้อนอยู่เป็นนิตย์ เหมือนคน กระทำความผิดได้รับอาชญา เดือดร้อนอยู่ฉะนั้น ชรา พยาธิ และมรณะทั้ง ๓ เป็นดุจกองไฟตามครอบงำอยู่ สัตวโลกเหล่านั้นไม่มีกำลังต่อต้าน ไม่มีกำลังจะหนีไป ควรทำวันไม่ให้ไร้ประโยชน์ ด้วยมนสิการวิปัสสนากรรม- ฐานน้อยบ้างมากบ้าง เพราะราตรีล่วงไปเท่าใด ชีวิต ของสัตว์ก็ล่วงไปเท่านั้น เวลาตายย่อมรุกร้นเข้าไปใกล้ บุคคลผู้เดิน ยืน นั่ง หรือนอน เพราะเหตุนั้น ท่าน ไม่ควรประมาทเวลา. จบสิริมัณฑเถรคาถา อรรถกถาสิริมัณฑเถรคาถาที่ ๑๓ คาถาของ ท่านพระสิริมัณฑเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ฉนฺนมติวสฺสติ ดังนี้. เรื่องนั้น มีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร ?
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ