เล่มที่ 52

ส่วนที่ 51

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 51 อ้างอิง: Book 52, Section 51 ประเภท: section


เนื้อหา

ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ใน พุทธุปบาทกาลนี้บังเกิดในตระกูลคฤหบดี ในโกศลรัฐ ได้นามว่า มุทิตะ ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสา ก็สมัยนั้นตระกูลนั้นได้ถูกพระราชาพัวพันอยู่ด้วย กรณียกิจบางอย่างทีเดียว. ท่านมุทิตะได้กลัวแต่ราชภัย ได้หนีเข้าไปสู่ป่า เข้าไปยังที่อยู่ของพระขีณาสพเถระรูปหนึ่ง. พระเถระรู้ว่าท่านกลัวจึงปลอบว่า อย่ากลัวเลย. ท่านถามว่า ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ภัยของกระผมนี้จักสงบโดยกาลประมาณเท่าไรหนอ เมื่อ พระเถระกล่าวว่า ล่วงไป ๗-๘ เดือน จึงกล่าวว่า กระผมไม่สามารถจะ ยับยั้งอยู่ได้ตลอดกาลประมาณเท่านั้น กระผมจักบวชขอรับ ขอท่านจงบวช ให้กระผมเถิดดังนี้แล้วจึงบวช เพื่อรักษาชีวิตไว้, พระเถระให้เธอบวชแล้ว . ท่านครั้นบวชแล้ว ได้ศรัทธาในพระศาสนา แม้เมื่อภัยสงบแล้ว การทำสมณธรรมนั่นแหละให้รุ่งโรจน์ เรียนพระกรรมฐาน เมื่อการทำ วิปัสสนากรรม จึงกระทำปฏิญญาโดยนัยมีอาทิว่า เรายังไม่บรรลุพระอรหัต แล้วจักไม่ออกไปภายนอกจากห้องที่อยู่นี้ จึงบำเพ็ญวิปัสสนาบรรลุพระ- อรหัต. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในอปทาน ๑ ว่า ๑. ขุ. อ. ๓๓/ข้อ ๑๑๒. เราเลื่อมใส ได้ถวายเวจกุฎีหลังหนนึ่ง แด่พระผู้มี พระภาคเจ้า เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ พระนามว่าวิปัสสี ด้วยมือของตน เราได้ยานช้าง ยานม้าและยานทิพย์ เราได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ก็เพราะการถวายเวจกุฎี นั้น ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายเวจกุฎีใด ด้วยการ ถวายเวจกุฎีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายเวจกุฎี เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว... ฯลฯ ... พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ