เล่มที่ 52

ส่วนที่ 10

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 10 อ้างอิง: Book 52, Section 10 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็ในกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประกาศพระธรรมจักรอันประ- เสริฐ เสด็จมายังกรุงราชคฤห์โดยลำดับ ประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหา- วิหาร ท่านสภิยะได้ไปในที่นั้น เขาไปเฝ้าพระศาสดา ถามปัญหาเหล่านั้น. พระศาสดาได้ทรงพยากรณ์ปัญหาเหล่านั้นของเขา เพราะฉะนั้น เรื่อง ทั้งหมดพึงทราบโดยนัยที่มาแล้วในสภิยสูตร. ส่วนท่านสภิยะเมื่อพระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ปัญหาเหล่านั้นแล้ว ท่านก็ได้ศรัทธาบวชแล้ว เริ่มบำเพ็ญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัต ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวในอปทาน ๑ ว่า เราได้ถวายการเหยียบแด่พระพุทธเจ้า ทรงพระนาม ว่ากกุสันธะ ผู้เป็นนักปราชญ์ มีบาปอันลอยเสียแล้ว ทรงอยู่จบพรหมจรรย์ ซึ่งกำลังเสด็จดำเนินไปสู่ที่พัก กลางวัน ในกัปนี้เองเราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วย ทานนั้น เราไม่ได้รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการเหยียบ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . . ฯลฯ . . . พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็ท่านเป็นพระอรหันต์ เมื่อพระเทวทัตพยายามเพื่อทำลายสงฆ์ เมื่อจะให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นฝักฝ่ายแห่งพระเทวทัต จึงแสดง ธรรม ๔ คาถาเหล่านี้ว่า. พวกอื่นเว้นบัณฑิตย่อมไม่รู้สึกว่า พวกเราที่ทะเลาะ วิวาทกันนี้ จะพากันยุบยับในท่ามกลางสงฆ์นี้ พวกใด มารู้ชัดในท่ามกลางสงฆ์นั้นว่า พวกเราพากันไปสู่ที่ใกล้ มัจจุราช ความทะเลาะวิวาท ย่อมระงับไม่ได้จากสำนัก ของพวกนั้น เมื่อใด เขาไม่รู้ธรรมอันเป็นอุบายระงับการ ทะเลาะวิวาทตามความเป็นจริง ประพฤติอยู่ดุจไม่แก่ ไม่ตาย เมื่อนั้น ความทะเลาะวิวาทก็ไม่สงบลงได้ ก็ชน เหล่าใดมารู้แจ้งธรรมตามความเป็นจริง เมื่อสัตว์ทั้งหลาย พากันเร่าร้อนอยู่ ชนเหล่านั้น ย่อมไม่เร่าร้อน ความ ทะเลาะวิวาทของพวกเขา ย่อมระงับไปได้โดยส่วนเดียว การงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ย่อหย่อน วัตรอันเศร้าหมอง และพรหมจรรย์อันบุคคลพึงระลึกด้วยความสงสัย ธรรม ๓ อย่างนั้นย่อมไม่มีผลมาก ผู้ไม่มีความเคารพในเพื่อน พรหมจรรย์ทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ห่างไกลจากสัทธรรม เหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ