เล่มที่ 52
ส่วนที่ 7
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 7 อ้างอิง: Book 52, Section 7 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า วิหารา ได้แก่ จากเสนาสนะ. บทว่า อุปนิกฺขมึ ได้แก่ออกไปเพื่อเดินจงกรม. บทว่า ตตฺเถว ปปตึ ฉมา ความว่า ล้มลงที่ภาคพื้น เพราะถูก ความหลับครอบงำ ที่บันไดจงกรมนั้นนั่นแล, บทว่า คตฺตานิ ปริมชฺชิตฺวา ความว่า ตามนวดอวัยวะแห่งร่างกาย ตน โดยล้มลงที่ภาคพื้นเกลือกฝุ่นอยู่. บทว่า ปุนปารุยฺห จงฺกมนํ ความว่า ไม่ถึงทำหน้าสะยิ้วว่า ยัดนี้ เราล้มแล้ว ขึ้นสู่ที่จงกรมแม้อีก. บทว่า อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต ประกอบความว่า เรามีจิตตั้งมั่น แล้วด้วยดี คือเป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งจงกรม ด้วยการข่มนิวรณ์ ในกัมมัฏฐาน อันเป็นอารมณ์ภายใน. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล ก็นี้แลเป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ. พวกอื่นเว้นบัณฑิตย่อมรู้สึกว่า พวกเราที่ทะเลาะ วิวาทกันนี้ จะพากันยุบยับในท่ามกลางสงฆ์นี้ พวกใด มารู้ชัดในท่ามกลางสงฆ์นั้นว่า พวกเราพากันไปสู่ที่ใกล้ มัจจุราช ความทะเลาะวิวาท ย่อมระงับไปได้จากสำนัก ของพวกนั้น เมื่อใด เขาไม่รู้ธรรมอันเป็นอุบายระงับการ ทะเลาะวิวาทตามความเป็นจริง ประพฤติอยู่ดุจไม่แก่ ไม่ตาย เมื่อนั้น ความทะเลาะวิวาทก็ไม่สงบลงได้ ก็ชน เหล่าใดมารู้แจ้งธรรมตามความเป็นจริง เมื่อสัตว์ทั้งหลาย พากันเร่าร้อนอยู่ ชนเหล่านั้นย่อมไม่เร่าร้อน ความ ทะเลาะวิวาทของพวกเขา ย่อมระงับไปได้โดยส่วนเดียว การงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ย่อหย่อน วัตรอันเศร้าหมอง และพรหมจรรย์อันบุคคลพึงระลึกด้วยความสงสัย กรรม ๓ อย่างนั้น ย่อมไม่มีผลมาก ผู้ใดไม่มีความเคารพใน เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ห่างไกลจาก สัทธรรมเหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ