เล่มที่ 51

ส่วนที่ 142

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 142 อ้างอิง: Book 51, Section 142 ประเภท: section


เนื้อหา

พระเถระให้เรียกตระกูลทั้งหลาย ที่อยู่ในพระนครสาวัตถี และ อุบาสิกาชื่อว่าวิสาขา มาแล้ววินิจฉัยในบริษัทพร้อมด้วยพระราชา ตัดสินว่า นางภิกษุณีตั้งครรภ์มาก่อนบวช บรรพชา บริสุทธิ์. พระศาสดาทรงประทาน สาธุการพระเถระว่า อธิกรณ์ อันพระอุบาลีเถระวินิจฉัยถูกต้องดีแล้ว. นางภิกษุณีนั้น คลอดบุตรมีรูปเหมือนทองคำ พระราชาพระนามว่า ปเสนทิโกศล ทรงเลี้ยงดูบุตรของนาง และตั้งชื่อกุมารนั้นว่า กัสสปะ ในเวลาต่อมา ทรงจัดแจงตกแต่งประดับประดากุมารแล้ว นำไปสู่สำนักของ พระศาสดา ให้บรรพชาแล้ว เพราะเหตุที่เขาบวชแต่ในเวลาที่ยังเป็นเด็ก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลายจงเรียกกัสสปะมา จงให้ผลไม้ หรือของควรเคี้ยวนี้แก่กัสสปะ ดังนี้ เมื่อเขาทูลถามว่า กัสสปะไหน ? ก็ ตรัสว่า กุมารกัสสปะ. ท่านมีนามปรากฏว่า กุมารกัสสปะ นั่นแหละแม้ใน เวลาที่มีอายุมาก เพราะมีนามที่ถือเอาตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกอย่าง นี้ และเพราะเหตุที่ เป็นพระราชบุตรบุญธรรมที่พระราชาทรงชุบเลี้ยง. จำเดิมแต่เวลาที่บวชแล้ว ท่านทำกรรมในวิปัสสนา และเล่าเรียน พระพุทธวจนะ ครั้งนั้นท้าวมหาพรหม ผู้เคยบำเพ็ญสมณธรรมบนยอดเขา ร่วมกับพระกุมารกัสสปะ เป็นพระอนาคามี บังเกิดในพรหมชั้นสุทธาวาส ทรงพระดำริว่า เราจักกระทำอุบาย เพื่อการบรรลุมรรคผล โดยแสดงมุข แห่งวิปัสสนา ดังนี้แล้ว จัดแจงแต่งปัญหา ๑๕ ข้อ แล้วไปบอกแก่ท่าน ผู้อยู่ในป่าอันธวันว่า ท่านจงทูลถามปัญหาเหล่านี้กะพระศาสดา พระเถระทูล ถามปัญหาเหล่านั้น กะพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรง พยากรณ์ปัญหาแก่พระเถระ. พระเถระเรียนปัญหาเหล่านั้น โดยทำนองที่พระ ศาสดาตรัสบอกแล้ว นั่นแล ยังวิปัสสนาให้ถือเอาซึ่งห้อง บรรลุพระอรหัต แล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้นายก ทรงเกื้อกูลแก่สัตวโลกทั้งปวง เป็นนักปราชญ์ มีพระนามว่า ปทุมุตตระได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์มีชื่อเสียงโด่งดัง รู้จบไตรเพท เที่ยว ไปในที่พักสำราญกลางวัน ได้พบพระพุทธเจ้าผู้เป็น นายกของโลก กำลังทรงประกาศสัจจะ ๔ ทรงยัง มนุษย์พร้อมด้วยทวยเทพให้ตรัสรู้ กำลังทรงสรรเสริญ พระสาวกของพระองค์ ผู้กล่าวธรรมกถาอันวิจิตรอยู่ ในหมู่มหาชน ครั้งนั้น เราชอบใจ จึงได้นิมนต์พระ- ตถาคตแล้ว ประดับประดามณฑปให้สว่างไสว ด้วย รัตนะนานาชนิด ด้วยผ้าอันย้อมด้วยสีต่าง ๆ นิมนต์ พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์ ให้เสวยและฉันใน มณฑปนั้น เรานิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก ให้เสวยและฉันโภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ ถึง ๗ วัน แล้ว เอาดอกไม้ที่สวยงามต่าง ๆ ชนิด บูชาแล้วหมอบลง แทบบาทมูลปรารภฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระมุนีผู้ ประเสริฐ มีความเอ็นดู เป็นที่อาศัยอยู่แห่งกรุณา ได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์นี้ ผู้มีปากและตาเหมือน ดอกปทุม มากด้วยความปรีดาปราโมทย์ มีกายและใจ สูงเพราะโสมนัส นำความร่าเริงมา จักษุกว้างใหญ่ มีความอาลัยในศาสนาของเรา เขาปรารถนาฐานันดร นั้น คือ การกล่าวธรรมกถาอันวิจิตร ในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ พระศาสดามีนามว่าโคดม ซึ่งสมภพใน วงศ์พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้ จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้นจักเป็น โอรสอันธรรมเนรมิต จักได้เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่า กุมารกัสสปะ เพราะอำนาจดอกไม้ และผ้า อันวิจิตรกับรัตนะ เขาจักถึงความเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุ ทั้งหลาย ผู้กล่าวธรรมกถาอันวิจิตร เพราะกรรมที่ ทำไว้ดีแล้ว และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละ ร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราท่องเที่ยว ไปในภพน้อยภพใหญ่ เหมือนตัวละครหมุนเวียนอยู่ กลางเวทีเต้นรำฉะนั้น เราเป็นบุตรของเนื้อชื่อว่าสาขะ หยั่งลงในครรภ์แห่งแม่เนื้อ ครั้งนั้นเราอยู่ในท้อง มารดาของเรา ถึงเวรที่จะต้องถูกฆ่า มารดาของเรา ถูกเนื้อสาขะทอดทิ้ง จึงยึดเอาเนื้อนิโครธเป็นที่พึ่ง มารดาของเราอันพระยาเนื้อนิโครธ ช่วยให้พ้นจาก ความตาย สละเนื้อสาขะแล้ว ตักเตือนเราผู้เป็นบุตร ของตัวในครั้งนั้นอย่างนี้ว่า ควรคบหาแต่เนื้อนิโครธ เท่านั้น ไม่ควรเข้าไปคบหาเนื้อสาขะ ตายในสำนัก เนื้อนิโครธประเสริฐกว่า มีชีวิตอยู่ในสำนักเนื้อสาขะ จะประเสริฐอะไร ?


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ