เล่มที่ 51
ส่วนที่ 93
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 93 อ้างอิง: Book 51, Section 93 ประเภท: section
เนื้อหา
วีตโสกราชกุมาร เจริญวัยแล้ว ถึงความสำเร็จในวิชาและศิลปศาสตร์ ที่พึงศึกษาร่วมกับขัตติยกุมารทั้งหลายแล้ว (ศึกษาจนแตกฉานเชี่ยวชาญ) แกล่วกล้าในสุตตันตปิฎกและในพระอภิธรรมปิฎก ทั้ง ๆ ที่เป็นคฤหัสถ์ โดย อาศัยพระคิริทัตตเถระ วันหนึ่งรับกระจกจากมือของช่างกัลบก ในเวลาปลง พระมัสสุ มองดูพระวรกาย เห็นอวัยวะที่มีหนังเหี่ยวและผมหงอกเป็นต้น บังเกิดความสลดพระทัย ยังจิตให้หยั่งลงในวิปัสสนา แล้วยกขึ้นสู่ภาวนา เป็น พระโสดาบัน บนอาสนะนั้นเอง บวชในสำนักของพระคิริทัตตเถระ แล้ว บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ใน อปทานว่า เราเป็นคนเล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ชํานาญในคัมภีร์ทํานายมหาปุริสลักษณะ คัมภีร์อิติ หาสะพร้อมด้วยคัมภีร์นิคัณฑุศาสตร์และคัมภีร์เกตุภ- ศาสตร์ ครั้งนั้นพวกศิษย์มาหาเราปานดังกระแสน้ำ เราไม่เกียจคร้าน บอกมนต์แก่ศิษย์เหล่านั้นทั้งกลาง วันและกลางคืน ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้า ทรง พระนามว่า สิทธัตถะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ ทรงกำจัดความมืดมิดให้พินาศแล้ว ยังแสงสว่างคือ พระญาณให้เป็นไป ครั้งนั้น ศิษย์ของเราคนหนึ่ง ได้ บอกแก่ศิษย์ทั้งหลายของเรา พวกเขาได้ฟังความนั้น จึงได้บอกเรา เราคิดว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า ผู้เป็น นายกของโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ชนย่อมอนุวัตรตาม พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เราไม่มีลาภ พระพุทธเจ้า ทั้งหลาย เป็นผู้มีการอุบัติเลิศลอย มีจักษุ ทรงยศใหญ่ ไฉนหนอ เราพึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้นำของโลก เราถือหนังเสือผ้าเปลือกไม้กรอง และคนโทน้ำของเราแล้ว ออกจากอาศรม เชิญชวน พวกศิษย์ว่า ความเป็นผู้นำโลกหาได้ยาก เหมือนกับ ดอกมะเดื่อ กระต่ายในดวงจันทร์ หรือเหมือนกับน้ำ นมกา ฉะนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก แม้ความเป็นมนุษย์ก็หาได้ยาก และเมื่อความเป็นผู้นำ โลก และความเป็นมนุษย์ทั้งสองอย่างมีอยู่ การได้ ฟังธรรมก็หาได้ยาก พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พวกเราจักได้ดวงตาอันเป็นของพวกเรา มาเถิดท่าน ทั้งหลาย เราจักไปยังสำนักของพระพุทธเจ้า ด้วยกัน ทุกคน ศิษย์ทุกคนแบกคนโทน้ำ นุ่งหนังเสือทั้งเล็บ พวกเขาเต็มไปด้วยภาระ คือ ชฎา พากันออกไปจากป่า ใหญ่ในครั้งนั้น พวกเขามองดูประมาณชั่วแอก แสวง หาประโยชน์อันสูงสุด เดินมาเหมือนลูกช้าง เป็นผู้ ไม่สะดุ้ง ประหนึ่งไกรสรสีหราช ฉะนั้น เขาทั้งหลาย ไม่มีความสะดุ้ง หมดความละโมบ มีปัญญา มีความ ประพฤติสงบ เที่ยวเสาะแสวงหาโมกขธรรม ได้พากัน เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด (ก่อนจะถึงที่- หมาย) เหลือระยะทางอีกหนึ่งโยชน์ครึ่ง เราเกิดเจ็บ ป่วยขึ้น เราระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุดแล้ว ตาย ณ ที่นั้น ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า. เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ