เล่มที่ 51
ส่วนที่ 90
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 90 อ้างอิง: Book 51, Section 90 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า กริสฺสํ นาวรชฺฌิสฺสํ ความว่า บัดนี้ เราจักทำกิจนั้น ๆ ไม่ให้ผิดพลาด คือ จักปฏิบัติตามคำสั่งสอน. บทว่า ปสฺส วิริยํ ปรกฺกมํ ความว่า พระเถระแสดงความเป็นผู้ใคร่ เพื่อจะทำของตน ด้วยคำว่า ท่านจงดูความพยายามชอบ อันได้นามว่า " วิริยะ " เพราะกระทำถูกต้องตามวิธี ในธรรมตามที่ปฏิบัติอยู่ และได้นามว่า ปรักกมะ เพราะก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่แต่เพียงเชื่อเท่านั้น. พระเถระเรียกพระเวณุทัตตเถระ ผู้ให้กรรมฐาน ผู้เป็นกัลยาณมิตร ว่า ตวํ (ท่าน). บทว่า มคฺคมกฺขาหิ ความว่า ท่านจงบอกอริยมรรค. อธิบายว่า จงบอกกรรมฐานคือสัจจะ ๔ อันยังโลกุตรมรรคให้ถึงพร้อม. บทว่า อญฺชสํ ได้แก่ ทางตรง โดยเป็นทางสายกลาง เพราะไม่ จดทางอันเป็นส่วนสุด ๒ อย่าง. บทว่า โมเนน ได้แก่ ญาณ คือ มรรคปัญญา. บทว่า โมนิสฺสํ ความว่า จักรู้ คือ จักแทงตลอด ได้แก่จักบรรลุ พระนิพพาน. บทว่า คงฺคาโสโตว สาครํ ความว่า กระแสแห่งแม่น้ำคงคา ไม่เบื่อหน่ายไหลลงสู่สาครคือสมุทร โดยส่วนเดียว ฉันใด พระวัลลิยเถระก็ ฉันนั้น ขอกรรมฐานกะพระเถระว่า ข้าพเจ้าประกอบเนือง ๆ ซึ่งกรรมฐาน จักบรรลุถึงพระนิพพาน ด้วยมรรคญาณ เพราะฉะนั้น ท่านจงบอกกรรมฐาน นั้น แก่ข้าพเจ้า. พระเวณุทัตตเถระ ฟังคำขอนั้น แล้ว ได้ให้กรรมฐานแก่ท่านพระ- วัลลิยเถระ. แม้ท่านพระวัลลิยเถระ หมั่นประกอบเนือง ๆ ซึ่งกรรมฐาน ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว ต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถา ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราละเบญจกามคุณอันน่ารัก น่ารื่นรมย์ใจ และ ละทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฎิแล้ว บวชเป็นบรรพชิต ครั้น บวชแล้ว ได้เว้นการทำความชั่วด้วยกาย ละความ ประพฤติชั่วด้วยวาจา อยู่แทบฝั่งแม่น้ำ พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ได้เสด็จมาหาเราผู้อยู่คนเดียว เราไม่ รู้จักว่าเป็นพระพุทธเจ้า เราได้ทำปฏิสันถาร ครั้นทำ ปฏิสันถารแล้ว จึงได้ทูลถามถึงพระนามและพระ- โคตรว่า ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าว สักกปุรินททะ ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร หรือเป็นท้าวมหาพรหมมาในที่นี้ ย่อมสว่างไสวไป ทั่วทิศ เหมือนพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น ข้าแต่ท่านผู้ นิรทุกข์ จักรมีกำพันหนึ่งปรากฏที่เท้าของท่าน ท่าน เป็นใคร เป็นบุตรของใคร เราจักรู้จักท่านอย่างไร ขอท่านจงบอกชื่อและโคตร บรรเทาความสงสัยของ เราเถิด พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ และความ เป็นพรหมก็หามีแก่เราไม่ เราสูงสุดกว่าพรหมเหล่านั้น ล่วงวิสัยของพรหมเหล่านั้น เราได้ทำลายเครื่องผูกพัน คือกามได้แล้ว เผากิเลสเสียหมดสิ้น บรรลุสัมโพธิ- ญาณอันอุดมแล้ว. เราได้สดับพระดํารัสของพระองค์ แล้ว จึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี ถ้าพระองค์ เป็นพระสัพพัญญู พุทธเจ้า ขอเชิญพระองค์ประทับ นั่งเถิด ข้าพระองค์จะขอบูชาพระองค์ ขอพระองค์ จงทำที่สุดทุกข์ แก่ข้าพระองค์เถิด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ