เล่มที่ 51

ส่วนที่ 69

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 69 อ้างอิง: Book 51, Section 69 ประเภท: section


เนื้อหา

ดาบสทั้งหลายเห็นดังนั้น จึงถามว่า บูชาสักการะนี้ท่านกระทำเจาะจง ใคร. เขานำมนต์สำหรับดูลักษณะมาแจกแจงลักษณะของมหาบุรุษ เท่าที่มี มาในพระคัมภีร์ แจ้งแก่ดาบสเหล่านั้น แล้วตั้งอยู่ในกำลังญาณของตน ประกาศคุณของพระพุทธเจ้า ตามแบบฉบับแห่งตำราดูมหาปุริสลักษณะ แม้ดาบสเหล่านั้นฟังดังนั้นแล้ว เป็นผู้มีใจเลื่อมใส จำเดิมแต่นั้น ก็พากัน บูชาพระสถูป มุ่งเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่. ก็โดยสมัยนั้น พระโพธิสัตว์พระนามว่า ปทุมุตตระ จุติจากหมู่เทพ ในสวรรค์ชั้นดุสิต ก้าวลงสู่ครรภ์พระมารดา. พุทธนิมิต ๓๒ ประการ ในภพ สุดท้ายปรากฏแล้ว และพุทธนิมิตทั้งปวง เป็นอัพภูตธรรมที่น่าอัศจรรย์ ดาบสแสดงพระพุทธนิมิตเหล่านั้นแก่อันเตวาสิกทั้งหลาย เพิ่มพูนความ เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย แก่ดาบสเหล่านั้น เหลือประมาณ กระทำกาละแล้ว บังเกิดในพรหมโลก เมื่อดาบสเหล่านั้นกำลังทำการบูชา สรีระของตนอยู่ ก็มาปรากฏร่าง แล้วกล่าวว่า เราคืออาจารย์ของท่านทั้งหลาย ไปบังเกิดในพรหมโลก ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาท หมั่นประกอบการ บูชาพระเจดีย์ทราย และจงหมั่นขวนขวายในการเจริญภาวนา ดังนี้แล้ว กลับ ไปสู่พรหมโลก. เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายอยู่อย่างนี้ เกิดในตระกูล คฤหบดี พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ เพราะเหตุที่เขาเจริญด้วย สิริสมบัติในตระกูลนั้น นับจำเดิมแต่วันที่เกิดแล้ว คนทั้งหลายจึงตั้งชื่อเขาว่า สิริมา ดังนี้. ในเวลาที่เขาเดินได้ น้องชายก็เกิด คนทั้งหลายก็ตั้ง ชื่อน้องชายว่า สิริวัฑฒ์ โดยกล่าวว่า เด็กคนนี้ ยังสิริให้เจริญเกิดแล้ว. แม้ทารกทั้งสองนั้น ก็เห็นพุทธานุภาพ ในคราวที่พระองค์ทรงรับพระวิหาร ชื่อว่า เชตวัน เป็นผู้มีจิตศรัทธาบวชแล้ว. ในพระเถระ ๒ รูปนั้น พระสิริ- วัฑฒเถระ ยังไม่ได้บรรลุอุตริมนุสธรรมก่อน แต่เป็นผู้ได้ปัจจัย ๔ เป็นปกติ เป็นผู้อันคฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลายสักการะเคารพแล้ว ส่วนพระสิริมาเถระ จำเดิมแต่เวลาที่บวชแล้ว เป็นผู้มีลาภน้อย เพราะมีกรรมมาตัดรอน เช่นนั้น แต่เป็นผู้อันชนส่วนใหญ่ยกย่องนับถือ กระทำกรรมในสมถะและวิปัสสนา ทั้งหลาย แล้วเป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราเป็นดาบส ชื่อว่า เทวละ อาศัยอยู่ที่ภูเขา หิมพานต์ ที่จงกรมของเรา เป็นที่อันเทวดาเนรมิตให้ ณ ภูเขานั้น ครั้งนั้น เรามุ่นมวยผม สะพายคนโทน้ำ เมื่อจะแสวงหาประโยชน์อันสูงสุด ได้ออกจากป่าใหญ่ ไป ครั้งนั้น ศิษย์ ๘๔,๐๐๐คนอุปัฏฐากเรา เขาทั้งหลาย ขวนขวายเฉพาะกรรมของตน อยู่ในป่าใหญ่ เราออก จากอาศรม ก่อพระเจดีย์ทรายแล้ว รวบรวมเอาดอกไม้ นานาชนิดมาบูชาพระเจดีย์นั้น เรายังจิตให้เลื่อมใส ในพระเจดีย์นั้น แล้วเข้าสู่อาศรม พวกศิษย์ได้มา ประชุมพร้อมกันทุกคนแล้ว ถามถึงข้อความนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้ประเสริฐ สถูปที่ท่านนมัสการก่อด้วยทราย แม้ข้าพเจ้าทั้งหลายก็อยากจะรู้ ท่านอันข้าพเจ้า ทั้งหลายถามแล้ว ขอจงบอกแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ