เล่มที่ 51
ส่วนที่ 39
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 39 อ้างอิง: Book 51, Section 39 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า สุตํ ปญฺาย วทฺธนํ ความว่า พาหุสัจจะนั้นใดที่ท่าน กล่าวไว้ โดยนัยมีอาทิว่า เป็นผู้ทรงสุตะ เป็นผู้สั่งสมสุตะก็ดี ว่า บุคคล บางคนในโลกนี้ มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณ์ มาก ดังนี้ก็ดี พาหุสัจจะนั้น ย่อมยังปัญญาอันเป็นเหตุให้ละความชั่ว บรรลุถึงความดีให้เจริญ เพราะเหตุนั้น สุตะจึงชื่อว่า ยังปัญญาให้เจริญ. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้มีสุตะเป็นอาวุธแล ย่อมละอกุศลได้ ย่อมยังกุศลให้เจริญได้ ย่อมละธรรมที่มีโทษ ย่อมยังธรรมที่ไม่มีโทษให้เจริญ ย่อมบริหารตนให้บริสุทธิ์ ดังนี้. บทว่า ปญฺาย อตฺถํ ปชานาติ ความว่า บุคคลผู้เป็นพหูสูต ตั้งอยู่ในสุตมยญาณ ( ญาณอันสำเร็จด้วยการฟัง) แล้ว ปฏิบัติอยู่ซึ่งข้อปฏิบัติ นั้น ย่อมรู้และแทงตลอดอรรถ อันต่างด้วยโลกิยะและโลกุตระ จำแนกออก เป็นทิฏฐธรรมเป็นต้น และจำแนกออกโดยอริยสัจ มีทุกขสัจเป็นต้น ด้วยการ สอบสวนข้อความตามที่ได้ฟังมา และด้วยภาวนาคือการเข้าไปเพ่งธรรม. สมดัง พระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลรู้เหตุ รู้ผล ของสุตะตามที่ได้ เรียนมาแล้ว ย่อมปฏิบัติธรรมโดยสมควรแก่ธรรม ดังนี้. และตรัสว่า บุคคล ย่อมพิจารณาอรรถแห่งธรรมที่ตนทรงไว้แล้ว เมื่อพิจารณาอรรถอยู่ ธรรม ทั้งหลายย่อมควรซึ่งการเพ่ง เมื่อธรรมควรซึ่งการเพ่งมีอยู่ ฉันทะย่อมเกิด ผู้ที่มีฉันทะเกิดแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว ย่อมพิจารณา ครั้น พิจารณาแล้ว ย่อมตั้งความเพียร ผู้ที่มีความเพียร ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่ง ปรมัตถสัจ ด้วยกาย และเห็นแจ้งแทงตลอดซึ่งปรมัตถสัจนั้นด้วยปัญญา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ