เล่มที่ 50
ส่วนที่ 406
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 406 อ้างอิง: Book 50, Section 406 ประเภท: section
เนื้อหา
ยสกุลบุตร อันบุรพเหตุตักเตือนอยู่ เห็นประการอันแปลกของ บริวารชน ผู้อันความหลับครอบงำแล้ว ในเวลากลางคืน เกิดความสลดใจ สวมรองเท้าทอง หลบออกจากเรือน ออกไปทางประตูเมือง ที่เทวดาเปิดให้ ไปใกล้ป่า อิสิปตนมฤคทายวัน กล่าวว่า วุ่นวายจริงหนอ ท่านผู้เจริญ ขัดข้องจริงหนอ ท่านผู้เจริญดังนี้. โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ที่ป่าอิสิปตนะ เสด็จจงกรมอยู่ในอัพโภกาส เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เข้านั่นแล ตรัสว่า มาเถิดยสะ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ดังนี้ เขาจึงเกิดโสมนัสว่า ได้ยินว่า ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง มีอยู่ จึงถอดรองเท้าทอง เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อพระศาสดาตรัสอนุปุพพิกถา ทรงแสดงสัจจเทศนาอยู่ เป็นพระโสดาบันในเวลาจบสัจจะ เมื่อพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าทรงแสดงสัจจเทศนาแก่บิดาผู้ตามหา ได้กระทำให้แจ้งพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ภพของเราหยั่งลงสู่มหาสมุทร ตกแต่งดีแล้ว สระโบกขรณีตกแต่งสวยงาม มีนกจักรพรากส่งเสียง ร้องอยู่ ดารดาษด้วยบัวขม บัวเผื่อน บัวหลวง และ อุบล ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ น่า- รื่นรมย์ใจ มีปลาและเต่าชุกชุม มีเนื้อต่าง ๆ มาลง กินน้ำ มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่าเป็นต้น ร่ำร้องด้วยเสียงอันไพเราะ นกเขา นกเป็ดน้ำ นก จักรพราก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด นกสาลิกา นก ค้อนหอย นกโพระดก หงส์ นกกระเรียน นกแสก นกขมิ้นเหลืองอ่อน เที่ยวอยู่มากมาย สระโบกขรณี สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีแก้วมณี ไข่มุก และ ทราย ต้นไม้ทั้งหลายก็เป็นสีทองทั้งหมด มีกลิ่นหอม ต่าง ๆ ฟุ้งขจรไป ส่องภพของเราให้สว่างไสวตลอด กาลทั้งปวง ทั้งกลางวันกลางคืน ดนตรีหกหมื่น ประโคมอยู่ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า หญิง ๑๖,๐๐๐ คน ห้อมล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ เราออกจากภพแล้ว ได้เห็น พระพุทธเจ้า พระนามว่า สุเมธะ ผู้นำของโลก มีจิต เลื่อมใส โสมนัส ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้มียศใหญ่ ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้ทูลอาราธนาพระองค์ พร้อม ด้วยศิษย์พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ พระนามว่า สุเมธะ พระผู้นำของโลกทรงรับ พระมหามุนีกล่าว ธรรมกถาแก่เรา แล้วส่งเราไป เราถวายบังคมพระ สัมพุทธเจ้า เสร็จแล้วกลับเข้าภพของเรา เราเรียก บริวารชนมาสั่งว่า ท่านทั้งหลายจงมาประชุมกัน เวลาเช้าพระพุทธเจ้าจะเสด็จมาสู่ภพของเรา การที่เรา ทั้งหลายจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์ เป็นลาภที่เรา ทั้งหลายได้ดีหนอ แม้เราทั้งหลายจักทำการบูชาแด่ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้ศาสดา เราตระเตรียม ข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลเวลาเสวยภัตตาหาร พระพุทธเจ้าผู้นำของโลก เสด็จเข้ามาพร้อมด้วย พระอรหันต์หนึ่งแสน เราได้ทำการต้อนรับ ด้วย สังคีตและดนตรี พระพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษ ประทับ นั่งบนตั่งทองล้วน ในกาลนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุง ด้วยทองล้วน ๆ คนทั้งหลายโบกพัดถวาย ในระหว่าง ภิกษุสงฆ์ เราได้อังคาสภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำ ด้วยข้าว และน้ำเพียงพอ ได้ถวายผ้าแด่ภิกษุสงฆ์รูปละหนึ่งคู่ พระพุทธเจ้าที่เขาเรียกกันว่า สุเมธะ ผู้สมควรรับ เครื่องบูชาของโลก ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดอังคาสเราให้ อิ่มหนำ ด้วยข้าวและน้ำทั้งปวง เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้น จักรื่นรมย์อยู่ใน เทวโลก ตลอด ๑๘๐๐ กัป จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง ผู้นั้นเข้าถึงกำเนิดใด คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ในกำเนิดนั้น หลังคาทองล้วนๆ จักกั้นเป็นร่มให้ในทุกขณะ ใน ๓๐,๐๐๐ กัป พระ- ศาสดาทรงพระนามว่า โคตมะ ซึ่งสมภพในวงศ์ พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็น ทายาทในธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็น โอรสอันธรรมนิรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน จักนั่งในท่ามกลางสงฆ์แล้ว บันลือสีหนาท ชนทั้งหลายจักกั้นฉัตรไว้ที่เชิงตะกอน จักเผาภายใต้ฉัตร สามัญผลอันเราบรรลุแล้ว โดย ลำดับ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ความเร่าร้อนไม่มี แก่เรา ที่มณฑปหรือโคนไม้ ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ แต่ ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งทานทั้งปวง. เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรา กระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ