เล่มที่ 50
ส่วนที่ 289
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 289 อ้างอิง: Book 50, Section 289 ประเภท: section
เนื้อหา
จบอรรถกถาสุยามนเถรคาถา ๕. สุสารทเถรคาถา ว่าด้วยคาถาของพระสุสารทเถระ ได้ยินว่า พระสุสารทเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้ อย่างนี้ว่า การเห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ผู้เพรียบพร้อมด้วย ศีลาทิคุณ ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ เป็นเหตุตัดความ สงสัยเสียได้ ทำความรู้ให้เจริญงอกงาม สัตบุรุษ ทั้งหลาย ย่อมกระทำพาลชนให้เป็นบัณฑิตได้ เพราะฉะนั้น การสมาคมกับสัตบุรุษจึงยังประโยชน์ให้ สำเร็จได้. อรรถกถาสุสารทเถรคาถา คาถาของท่านพระสุสารทเถระ เริ่มต้นว่า สาธุ สุวิหิตาน ทสฺสนํ. เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร ? ได้ยินว่า ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ท่านเกิดในตระกูลพราหมณ์ ประสบความสำเร็จในบางส่วนของวิชชา เห็น โทษในกามทั้งหลาย ละฆราวาสวิสัย แล้วบวชเป็นดาบส ให้เขาสร้างอาศรม อยู่ที่ชัฏแห่งป่า ในหิมวันตประเทศ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ เมื่อจะ ทรงอนุเคราะห์เขา จึงเสด็จเข้าไปในเวลาภิกษาจาร. เขาเห็นพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าแต่ไกลทีเดียว มีใจเลื่อมใส ลุกขึ้นต้อนรับ รับบาตร แล้วใส่ผลไม้ ที่มีรสหวาน แล้วน้อมถวาย. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรับบาตรนั้นแล้ว ทรงทำอนุโมทนา แล้วเสด็จหลีกไป. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปใน เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลพราหมณ์ผู้เป็นญาติของพระธรรม เสนาบดี ในพุทธุปบาทกาลนี้ มีนามตามที่เขาขนานให้ว่า สุสารทะ เพราะ เป็นคนมีปัญญาน้อย ในเวลาย่อมาฟังธรรมในสำนักของพระธรรมเสนาบดี ได้มีศรัทธา บวชแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถา ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราเป็นพราหมณ์ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบ ไตรเพท อยู่ในอาศรม ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ เครื่องบูชาไฟ และเมล็ดบัวขาวของเรามีอยู่ เราใส่ไว้ ในห่อ แล้วห้อยไว้บนยอดไม้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควร รับเครื่องบูชา พระองค์ทรงพระประสงค์จะถอนเราขึ้น จึงเสด็จมาภิกขาเรา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายเมล็ดบัวแด่พระพุทธเจ้า พระศาสดาสัมมาสัม พุทธเจ้า มีพระฉวีวรรณดังทองคำ สมควรรับเครื่อง บูชา ทรงยังปีติให้เกิดแก่เรา ทรงนำสุขมาให้ใน ปัจจุบัน ประทับยืนอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถานี้ ว่า ด้วยการถวายเมล็ดบัวนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้ ชอบ ท่านจักไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป ด้วย กุศลมูลนั้นนั่นแล เราได้เสวยสมบัติแล้ว ละความชนะ และความแพ้ บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัปที่ ๗๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชา มีนามว่า สุมังคละ สมบูรณ์ด้วยแล้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของ พระพุทธเจ้า เราการทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ