เล่มที่ 50
ส่วนที่ 267
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 267 อ้างอิง: Book 50, Section 267 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็ในสมัยนั้น พระศาสดา ทรงโอวาทพระสาวกทั้งหลาย เนือง ๆ ด้วยคาถาว่า อธิเจตโส. เขาได้ฟังโอวาทนั้น เกิดศรัทธาบวชแล้ว ก็แหละครั้น บวชแล้ว ร่ายพระคาถานั้นนั่นแหละบ่อย ๆ. ท่านบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ใน พระโอวาทนั้น ตลอดสองหมื่นปี ไม่อาจจะยังคุณพิเศษให้เกิดขึ้นได้ เพราะ ญาณยังไม่แก่กล้า. ก็ท่านจุติจากภพนั้นแล้ว บังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยว ไป ๆ มา ๆ อยู่ในสุคติภพนั่นแหละ แล้วเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์ ผู้สมบูรณ์ ด้วยสมบัติ ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว เห็นพุทธานุภาพ ในคราวที่พระองค์ทรงรับพระวิหารชื่อว่า เชตวัน ได้มี ศรัทธา บรรพชาแล้ว กระทำบุรพกิจเสร็จแล้ว อยู่ในป่าได้ไปยังสำนักของ พระศาสดา. ก็แลในสมัยนั้น พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นท่านพระสารีบุตร ขวนขวายอธิจิตอยู่ในที่ไม่ไกลพระองค์ ทรงเปล่งอุทานนี้ว่า อธิเจตโส. พระ เถระนี้ฟังพุทธอุทานนั้นแล้ว แม้จะอยู่ในป่า เพื่อเจริญภาวนาตลอดกาลนาน ก็เปล่งอุทานคาถานั้นแหละ ตามกาลเวลา. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงได้เกิดสมัญญา นามว่า เอกุทานิยเถระ ครั้นในวันหนึ่ง ท่านได้จิตเตกัคคตารมณ์ เจริญ วิปัสสนาแล้ว บรรลุพระอรหัต. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ใน อปทานว่า ในลำดับกาล เมื่อพระสุคตเจ้าทรงพระนามว่า อัตถทัสสี เสด็จนิพพาน ในกาลนั้นข้าพระองค์ เข้า ถึงกำเนิดยักษ์ และบรรลุถึงยศ ข้าพระองค์คิดว่า การ ที่เมื่อเรามีโภคสมบัติ พระสุคตเจ้าผู้มีพระจักษุ ปรินิพพานเสียแล้วนั้น เป็นการเสื่อมลาภ อันได้ แสนยากของเราหนอ ดังนี้ พระสาวกนามว่า สาคระ รู้ความดำริของข้าพระองค์ ท่านต้องการจะ ถอนข้าพระองค์ขึ้น จึงมาในสำนักของข้าพระองค์ กล่าวว่า จะโศกเศร้าทำไมหนอ อย่ากลัวเลย จง ประพฤติธรรมเถิด ท่านผู้มีเมธาดี พระพุทธเจ้าทรง ส่งเสริมวิทยาสมบัติ ของชนทั้งปวงว่า ผู้ใดพึงบูชา พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรงพระ- ชนม์อยู่ก็ดี พึงบูชาพระธาตุ แม้ประมาณเท่าเมล็ด ผักกาดของพระพุทธเจ้า แม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิต อันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน เพราะฉะนั้น ท่านจงทำสถูปบูชาพระธาตุ ของพระชิน เจ้าเถิด ข้าพระองค์ได้ฟังวาจาของท่านพระสาคระแล้ว ได้ทำพุทธสถูป ข้าพระองค์บำรุงพระสถูป อันอุดม ของพระมุนีอยู่ ๕ ปี ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชา เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์เสวยสมบัติแล้ว ได้บรรลุพระอรหัต ในกัป ที่ ๗๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ มีพระนามว่า ภูริปัญญา สมบูรณ์แล้ว ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ข้าพระองค์เผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพระ- องค์กระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ