เล่มที่ 50

ส่วนที่ 242

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 242 อ้างอิง: Book 50, Section 242 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็พระสีวลีเถระ ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อเปล่งอุทาน ด้วย กำลังแห่งปีติ ได้กล่าวคาถาว่า เราเข้าไปสู่กุฏิ เพื่อประโยชน์อันใด เมื่อเรา แสวงหาวิชชาและวิมุตติ ได้ถอนขึ้นซึ่งมานุสัย ความ ดำริของเราเหล่านั้น สำเร็จแล้ว ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เต เม อิชฺฌึสุ สงฺกปฺปา ยทตฺโถ ปาวิสึ กุฏึ วิชฺชาวิมุตฺตึ ปจฺเจสฺสํ ความว่า ความดำริในการออกจากกามเป็นต้น ที่กระทำการถอนขึ้น ซึ่งความดำริในกามเป็นต้น ในกาลก่อนเหล่าใด อันเรา ปรารถนายิ่งนักว่า เมื่อไรหนอแล เราจักเข้าไปสงบ ตทายตนะ (พระนิพพาน) ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายเข้าถึงแล้วในปัจจุบัน คือความดำริที่มุ่งวิมุตติ ที่หมายรู้ กันว่าเป็นความประสงค์เพื่อความหลุดพ้น ได้แก่มโนรถ เราไม่ประมาทเนื่องๆ เข้าไปสู่กุฎี คือ สุญญาคาร เพื่อต้องการสิ่งใด คือ เพื่อประโยชน์อันใด คือ เพื่อยังประโยชน์อันใดให้สำเร็จ ได้แก่เพื่อเห็นแจ้ง มุ่งแสวงหาวิชชา ๓ และ ผลวิมุตติ ความดำริเหล่านั้นสำเร็จแล้วแก่เรา คือความดำริเหล่านั้นสำเร็จแล้ว คือสมบูรณ์สงค์เราแล้ว ทุกประการในบัดนี้ อธิบายว่า เป็นผู้มีความดำริที่เป็น กุศลสำเร็จแล้ว คือมีมโนรถบริบูรณ์แล้ว เพื่อจะแสดงถึงความสำเร็จ แห่ง ความดำริเหล่านั้น ท่านจึงกล่าวบทว่า มานานุสยมฺชฺชหํ (เราได้ถอนขึ้น ซึ่งมานานุสัย) ดังนี้. ประกอบความว่า เพราะเหตุที่เราถอนขึ้น คือละ ได้แก่ ตัดขาดซึ่งมานานุสัย ฉะนั้น ความดำริทั้งหลายเหล่านั้น ของเราจึงสำเร็จ. อธิบายว่า เมื่อละมานานุสัยได้แล้ว ขึ้นชื่อว่า อนุสัยที่ยังละไม่ได้ไม่มี และ พระอรหัต ย่อมชื่อว่าเป็นอันได้บรรลุแล้วอีกด้วย เพราะฉะนั้น การละ มานานุสัย ท่านจึงกล่าวกระทำให้เป็นเหตุ แห่งความสำเร็จของความดำริ ตามที่กล่าวแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ