เล่มที่ 50
ส่วนที่ 215
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 215 อ้างอิง: Book 50, Section 215 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า จิตฺตํ สุสมาหิตํ มมํ ความว่า พระเถระพยากรณ์พระ- อรหัตผลว่า ต่อจากนั้นมา จิตของเราก็ตั้งมั่นด้วยดี ด้วยโลกุตรสมาธิ บัดนี้ ไม่มีกิจอะไรที่จะต้องกระทำในการตั้งจิตนั้น ดังนี้. จบอรรถกถาวิมลเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๕ ในอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี ในวรรคนี้ รวมพระเถระได้ ๑๐ รูป คือ ๑. พระสิริวัฑฒเถระ ๒. พระขทิรวนียเรวตเถระ ๓. พระสุมังคล เถระ ๔. พระสานุเถระ ๕. พระรมณียวิหารีเถระ ๖. พระสมิทธิเถระ ๗. พระอุชชยเถระ ๘. พระสัญชยเถระ ๙. พระรามเณยยกเถระ ๑๐. พระวิมลเถระ และอรรถกถา. เถรคาถา เอกนิบาต วรรคที่ ๖ ๑. โคธิกเถรคาถา ว่าด้วยคาถาของพระโคธิกเถระ ได้ยินว่า พระโคธิกเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้ อย่างนี้ว่า ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะ ดังเสียงเพลงขับ กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตูหน้าต่างมิดชิดดี จิตของ เราก็ตั้งมั่นดีแล้ว ถ้าท่านปรารถนาจะตก ก็เชิญตก ลงมาเถิดฝน. วรรควรรณนาที่ ๖ อรรถกถาโคธิกาทิจตุเถรคาถา คาถาของพระเถระทั้ง ๔ เหล่านี้ คือ พระโคธิกะ พระสุพาหุ พระ- วัลลิยะ พระอุตติยะ ทั้ง ๔ คาถาเริ่มต้นว่า วสฺสติ เทโว. เรื่องราวของ ท่านเหล่านั้นเป็นอย่างไร ? แม้พระเถระเหล่านี้ ก็ได้มีอธิการอันกระทำไว้แล้ว ในพระพุทธเจ้า องค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญไว้มากในภพนั้น ๆ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า สิทธัตถะ ในกัปที่ ๙๔ นับแต่ภัทรกัปนี้ ได้เกิดในเรือนมี ตระกูล ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว ได้เป็นสหายกันเที่ยวไป. ในบรรดาสหายเหล่านั้น สหายคนหนึ่ง เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า สิทธัตถะ เสด็จเที่ยว บิณฑบาต ได้ถวายอาหารทัพพี ๑. สหายคนที่ ๒ มีจิตเลื่อมใส ถวายบังคม ด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้ว ประคองอัญชลี. สหายคนที่ ๓ มีจิตเลื่อมใส บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยดอกอุบลกำมือหนึ่ง สหายคนที่ ๔ ทำการบูชา ด้วยดอกมะลิ. สหายเหล่านั้นบังเกิดในเทวโลก ด้วยบุญกรรม ที่ทำจิตให้ เลื่อมใสในพระศาสดา ขวนขวายแล้วอย่างนี้ กระทำบุญไว้มากแล้วท่องเที่ยว ไป ๆ มา ๆ อยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แล้วเกิดในเรือนมีตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสปะ เป็นสหายกัน บวชในพระศาสนา บำเพ็ญสมณธรรม แล้วเกิดเป็นโอรสของเจ้ามัลละทั้ง ๔ ในเมืองปาวา ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย. พวกเจ้ามัลละ ได้ขนานนามของพระโอรสเหล่านั้นว่า โคธิกะ สุพาหุ วัลลิยะ (และ) อุตติยะ. พระโอรสทั้ง ๔ ได้เป็นสหายรักกัน. พระโอรสเหล่านั้น ได้พากันไปยังเมือง กบิลพัสดุ์ ด้วยกรณียกิจบางอย่าง. ก็ในสมัยนั้น พระศาสดาเสด็จไปยังเมือง กบิลพัสดุ์ ประทับอยู่ในนิโครธาราม ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ทรมานเจ้า ศากยะ มีพระเจ้าสุทโธทนะเป็นประมุข. ครั้งนั้น แม้โอรสแห่งเจ้ามัลละ ทั้ง ๔ เหล่านั้น เห็นปาฏิหาริย์แล้ว ได้ความเลื่อมใส บวชแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ต่อกาลไม่นานนัก. สมดัง คาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า พระโคธิกเถระกล่าวคาถานี้ว่า เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีผิวพรรณดังทอง สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จออกจากป่าอันสงัด จาก ตัณหาเครื่องร้อยรัดมาสู่ความดับ จึงถวายภิกษาทัพพี หนึ่ง แด่พระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้มี ปัญญา ผู้สงบระงับ ผู้แกล้วกล้ามาก ผู้คงที่ เราตาม เสด็จพระองค์ ผู้ทรงยังมหาชนให้ดับ เรามีความยินดี เป็นอันมากในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาล นั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การถวายภิกษา ในกัปที่ ๘๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระ- เจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่า มหาเรณุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ. เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ