เล่มที่ 50
ส่วนที่ 187
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 187 อ้างอิง: Book 50, Section 187 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพยากรณ์ความปรารถนาของเขาว่าไม่เป็น หมัน. จำเดิมแต่นั้น เขาบำเพ็ญกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน ไว้ใน ภพนั้น ๆ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ เกิดในต้องของนางพราหมณี ชื่อว่า รูปสารี ในนาลกคาม แคว้นมคธ. มารดา บิดาของเขามีความประสงค์จะผูกพันเขาผู้เจริญวัยแล้ว ด้วยเครื่องผูกคือ เรือน เขาสดับความที่พระสารีบุตรเถระบวชแล้ว คิดว่า พระคุณเจ้าอุปติสสะ ผู้เป็นพี่ใหญ่ของเรา ทิ้งสมบัตินี้ไว้บวชแล้ว เราจักกลืนกินก้อนเขฬะ ที่พระ คุณเจ้าอุปติสสะนั้นบ้วนทิ้งไว้ในภายหลังอย่างไรได้ ดังนี้แล้ว เกิดความสลดใจ ทำเป็นเหมือนเนื้อที่กำลังเข้าไปติดบ่วง ลวงหมู่ญาติอันเหตุสมบัติเตือนอยู่ ไปสู่สำนักของภิกษุทั้งหลาย แจ้งความที่ตนเป็นน้องชายของพระธรรมเสนาบดี * พระสูตรเรียกว่า พระขทิรวนิยเถระ บอกความพอใจในบรรพชาของตน. ภิกษุทั้งหลายให้บรรพชาแล้ว พอเขา อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก็ให้อุปสมบท แนะนำกรรมฐาน. ท่านเรียน กรรมฐานแล้วเข้าไปสู่ป่าไม้ตะเคียน คิดว่า เราบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงจะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และพบพระธรรมเสนาบดี ดังนี้แล้ว เพียร- พยายามอยู่ ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก เพราะมีญาณถึงความ แก่รอบ. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า แม่น้ำคงคา ชื่อภาคีรถี เกิดแต่ประเทศหิมวันต์ เราเป็นนายเรืออยู่ที่ท่าอันขรุขระ ข้ามส่งคนจากฝั่งนี้ ไปฝั่งโน้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้เป็นนายกของโลก สูงสุดกว่าสรรพสัตว์ กับพระขีณาสพหนึ่งแสน จักข้ามกระแสแม่น้ำคงคา เรานำเรือมารวมไว้เป็นอันมาก แล้วทำประทุนเรือที่ นายช่างตกแต่งเป็นอันดี ไว้ต้อนรับพระนราสภ ก็ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว เสด็จขึ้นเรือ พระ- ศาสดาประทับยืนอยู่ท่ามกลางวารี ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดข้ามส่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น วิมานอันบุญกรรมทำไว้อย่าง สวยงาม มีสัณฐานดังเรือจักเกิดแต่ท่าน หลังคาดอกไม้ จักกั้นอยู่บนอากาศทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๘ ผู้นี้จักได้เป็น กษัตริย์ พระนามว่า ตารกะ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงครอบครองแผ่นดิน มีสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ใน กัปที่ ๕๗ จักได้เป็นกษัตริย์ พระนามว่า จัมมกะ ทรงพระกำลังมาก จักรุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้นในกัปที่แสน พระศาสดาทรงพระนามว่า โคดม โดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้เคลื่อนจากไตรทศแล้ว จัก ถึงความเป็นมนุษย์ จักเป็นบุตรแห่งพราหมณ์ มีนาม ชื่อว่าเรวตะ อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักออกจากเรือน บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนาม ว่า โคดม ภายหลังเขาบวชแล้ว จักประกอบความเพียร เจริญวิปัสสนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มี อาสวะ นิพพาน เรามีความเพียรอันนำไปซึ่งธุระ อัน นำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ เราทรงกายอัน มีในที่สุด ในศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กรรม ที่เราทำไว้ในแสนแห่งกัป แสดงผลแก่เราในชาตินี้ ช่วยเผากิเลสของเราให้ไหม้ ดุจลูกศรที่พ้นจากแล่ง ไปอย่างรวดเร็ว ลำดับนั้น พระมุนีผู้เป็นมหาปราชญ์ รู้ที่สุดแห่งโลก เห็นเรายินดีแล้วในป่า จึงทรงแต่งตั้ง เราเป็นยอดแห่งภิกษุผู้อยู่ป่า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว คำสอน ของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ