เล่มที่ 50
ส่วนที่ 72
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 72 อ้างอิง: Book 50, Section 72 ประเภท: section
เนื้อหา
ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระผู้เป็นนายกทรง พระนามว่า วิปัสสี ผู้มีพระเนตรงาม ทรงเห็นแจ้ง ธรรมทั้งปวง ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เราเป็นผู้มีจิต ขัดเคือง ได้พูดตู่สาวกของพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์ นั้น ผู้สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าท่านเป็น ผู้บริสุทธิ์ และเราจับสลากแล้ว ถวายข้าวสุกที่หุงด้วย น้ำนมแก่พระเถระทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ผู้เป็นสาวกของพระผู้แกล้วกล้ากว่านรชน พระองค์ นั่นแหละ ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นพงศ์พันธุ์ ของพรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่าวิญญูชน ทรงพระนามว่า กัสสปะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระ- องค์ทรงยังศาสนธรรมให้รุ่งโรจน์ ข่มขี่เดียรถีย์ผู้ หลอกลวงเสีย ทรงแนะนำเวไนยสัตว์แล้ว เสด็จ- ปรินิพพาน พร้อมทั้งพระสาวก ครั้นเมื่อพระโลกนาถ พร้อมทั้งพระสาวกปรินิพพานแล้วครั้นเมื่อศาสนธรรม กำลังจะสูญสิ้นอันตรธาน ทวยเทพและมนุษย์พากัน สลดใจ สยายผม มีหน้าเศร้าคร่ำครวญว่า ดวงตา คือ พระธรรมจักดับแล้ว เราจักไม่ได้เห็นท่านผู้มีวัตร ดีงามทั้งหลาย เราจักไม่ได้ฟังพระสัทธรรม โอหนอ พวกเราเป็นคนมีบุญน้อย ครั้งนั้น พื้นปฐพีทั้งหมดนี้ ทั้งใหญ่ทั้งหนา ได้ไหวสั่นสะเทือน สาครสมุทรดุจ เหือดแห้ง แม่น้ำครวญครางน่าสงสาร อมนุษย์ตีกลอง ดังทั่ว ๔ ทิศ อสนีบาต อันน่ากลัว ตกลงโดยรอบ อุกกาบาต ตกจากท้องฟ้า ดาวหางปรากฏ เกลียวแห่ง เปลวไฟ มีควันพวยพุ่ง หมู่มฤคร้องครวญครางอย่าง น่าสงสาร ครั้งนั้น เราทั้งหลาย เป็นภิกษุรวม ๗ รูป ด้วยกัน ได้เห็นความอุบาทว์อันร้ายแรง แสดงเหตุว่า พระศาสนาจะสิ้นสูญ จึงเกิดความสังเวช คิดกันว่า เว้นพระศาสนาเสีย ไม่ควรที่เราจะมีชีวิตอยู่ เราทั้ง- หลายจึงเข้าไปสู่ป่าใหญ่ บำเพียรตามคำสอนของ พระชินสีห์ ครั้งนั้น เราทั้งหลายได้พบภูเขาหินใน ป่าสูงลิ่ว เราไต่ภูเขาขึ้นทางพะอง แล้วผลักพะอง ให้ตกลงเสีย ครั้งนั้น พระเถระได้ตักเตือนเราว่า การอุบัติแห่งพระพุทธเจ้าหาได้ยาก อีกประการหนึ่ง ความเชื่อ ที่บุคคลได้แล้ว หาได้ยาก และพระศาสนา ยังเหลืออีกเล็กน้อย ผู้ที่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเสีย จะ ต้องตกลงไปในสาคร คือ ความทุกข์อันไม่มีสิ้นสุด เพราะฉะนั้น พวกเราควรกระทำความเพียร ตลอดเวลา ที่พระศาสนายังดำรงอยู่เถิด ดังนี้. ครั้งนั้น พระเถระ นั้นเป็นพระอรหันต์ พระอนุเถระได้เป็นพระอนาคามี พวกเราที่เหลือจากนี้ เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ประกอบ ความเพียร จึงได้ไปยังเทวโลก องค์ที่ข้ามส่งสารไปได้ ปรินิพพานแล้ว อีกองค์หนึ่งเกิดในชั้นสุทธาวาส เราทั้งหลาย คือตัวเรา ๑ พระปุกกุสาติ ๑ พระสภิยะ ๑ พระพาหิยะ ๑ พระกุมารกัสสปะ ๑ เกิดในที่นั้น ๆ อันพระโคดมบรมศาสดา ทรงอนุเคราะห์ จึงหลุดพ้น ไปจากเครื่องจองจำ คือ วัฏสงสารได้ เราเกิดใน พวกมัลลกษัตริย์ ในพระนครกุสินารา เมื่อเรายังอยู่ใน ครรภ์นั่นแล มารดาได้ถึงแก่กรรม เขาช่วยกันยกขึ้นสู่ เชิงตะกอน เราตกลงมาจากเชิงตะกอนนั้นตกลงไปใน กองไม้ ฉะนั้น จึงปรากฏนามว่า ทัพพะ ด้วยผลแห่ง การประพฤติพรหมจรรย์ เรามีอายุได้ ๗ ขวบ ก็หลุด พ้นจากกิเลส ด้วยผลที่ถวายข้าวสุกผสมน้ำมัน เราจึง เป็นผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ด้วยบาปเพราะกล่าวตู่พระ- ขีณาสพ เราจึงลูกคนโจทมากมาย บัดนี้ เราล่วงบุญ และบาปได้ทั้งสองอย่างแล้ว ได้บรรลุบรมสันติธรรม เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ เราแต่งตั้งเสนาสนะ ให้ท่านผู้มี วัตรอันดีงามทั้งหลายยินดี พระพิชิตมารทรงพอพระ- ทัย ในคุณข้อนั้น จึงได้ทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มาในสำนัก พระพุทธเจ้า ของเรานี้ เป็นการมาดีแล้ว วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว คุณพิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสอน ของพระพุทธเจ้าเราได้กระทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ