เล่มที่ 50
ส่วนที่ 50
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 50 อ้างอิง: Book 50, Section 50 ประเภท: section
เนื้อหา
พระศาสดา ทรงเห็นความสำเร็จแห่งความปรารถนาของเขาแล้ว ทรง พยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล ในที่สุดแห่งแสนกัป นับแต่กัปนี้ไป พระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า โคดม จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก. ความปรารถนาของท่าน จัก สำเร็จในศาสนาของพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า โคดม นั้น. แม้ในอปทาน- ท่านก็กล่าวคาถาประพันธ์นี้ไว้ว่า ในกัปนับจากภัทรกัปนี้ไปแสนหนึ่ง พระพิชิต- มาร ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นมุนี มีจักษุได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์ตรัสสอน ทรงแสดงให้สัตว์รู้ชัดได้ ทรงยังสรรพสัตว์ให้ข้าม วัฏสงสาร ทรงฉลาดในเทศนา เป็นผู้เบิกบาน ทรง ช่วยให้ประชาชนข้ามพ้นได้เป็นอันมาก พระองค์เป็น ผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา แสวงหา ประโยชน์ให้สรรพสัตว์ ทรงยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้า ให้ ดำรงอยู่ในเบญจศีลได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้ พระ- ศาสนาจึงไม่มีความอากูล ว่างสูญจากเดียรถีย์ วิจิตร ด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่ มีความชำนิชำนาญ พระมหา มุนีพระองค์นั้น สูงประมาณ ๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณ งดงาม คล้ายทองคำล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ครั้งนั้น อายุของสัตว์ยืนประมาณแสนปี พระชินสีห์พระองค์นั้น เมื่อดำรงพระชนม์อยู่โดยกาล ประมาณเท่านั้น ได้ทรงยังประชาชนเป็นอันมาก ให้ ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ ครั้งนั้นเราเป็นพราหมณ์ ผู้เรียนจบไตรเพท ในพระนครหงสาวดี ได้เข้า ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง แล้วสดับ พระธรรมเทศนา ครั้งนั้นพระธีระเจ้าพระองค์นั้น ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณในตำแหน่งเอตทัคคะ เรา ได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้นิมนต์พระชินวรเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกให้เสวยและฉัน ถึง ๗ วัน ใน กาลนั้น เรายังพระพุทธเจ้าผู้เปรียบด้วยสาคร พร้อม ทั้งพระสาวกให้ครองผ้า แล้วหมอบลงแทบบาทมูล ปรารถนาฐานันดรนั้น ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าผู้เลิศ ว่าโลก ได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ผู้สูงสุด ที่หมอบอยู่ แทบเท้าผู้นี้ มีรัศมีเหมือนกลีบดอกบัว พราหมณ์นี้ ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้แตกฉาน ซึ่งเป็น ตำแหน่งประเสริฐสุด เพราะการบริจาคทานด้วย ศรัทธานั้น และเพราะการสดับพระธรรมเทศนา พราหมณ์นี้จักเป็นผู้ถึงสุขในทุกภพ เที่ยวไปในภพ น้อยภพใหญ่ จักได้สมมโนรถเช่นนี้ ในกัปนับแต่นี้ไป แสนหนึ่ง พระศาสดามีพระนามว่า โคดม ซึ่งสมภพ ในวงศ์พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาท ของพระศาสดาพระ- องค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต เป็นสาวกของ พระศาสดา มีนามว่าโกฏิฐิตะ เราได้ฟังพระพุทธ- พยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วย เมตตา บำรุงพระชินสีห์เจ้า ตราบเท่าสิ้นชีวิตใน ครั้งนั้น เพราะเราเป็นผู้มีสติประกอบไปด้วยปัญญา เพราะผลแห่งกรรมนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนง ไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง ได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์ โดยเวลาสุดคณานับ เพราะกรรมนั้นนำไป เราจึงเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ เราท่องเที่ยวไปแต่ ในสองภพ คือในเทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี เราเกิดแต่ในสอง ตระกูล คือตระกูลกษัตริย์ และตระกูลพราหมณ์ หาเกิดในตระกูลต่ำทรามไม่มี นี้เป็นผลแห่งกรรมที่ สั่งสมไว้ดี เมื่อถึงภพสุดท้าย เราเป็นบุตรของพราหมณ์ เกิดในตระกูลที่มีทรัพย์สมบัติมา ในพระนครสาวัตถี มารดาของเราชื่อจันทวดี บิดาชื่ออัสสลายนะ ใน คราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาเรา เพื่อความ บริสุทธิ์ทุกอย่าง เราเลื่อมใสในพระสุคตเจ้า ได้ออก บวชเป็นบรรพชิต พระโมคคัลลานะ เป็นอาจารย์ พระสารีบุตร เป็นอุปัชฌาย์ เราตัดทิฏฐิพร้อมด้วย มูลรากเสียได้ ในเมื่อกำลังปลงผม และเมื่อกำลัง ครองผ้ากาสาวพัสตร์ ก็ได้บรรลุพระอรหัต เรามี ปรีชาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เลิศกว่าโลก จึงทรงตั้ง เราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราอันท่านพระอุปติสสะ ไต่ถามในปฏิสัมภิทา ก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง ฉะนั้น เรา จึงเป็นผู้เลิศในพระศาสนา เราเผากิเลสทั้งหลายสิ้น แล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกพัน ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เรา ได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมา ดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว โดยลำดับ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำเสร็จแล้ว คุณ พิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระ- พุทธเจ้า เราทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ