เล่มที่ 49

ส่วนที่ 304

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 304 อ้างอิง: Book 49, Section 304 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า สจฺจกาเล คือ ในกาลอันสมควรเพื่อจะกล่าวคำสัตย์. บทว่า อตฺถํ ได้แก่ ประโยชน์เกื้อกูล อันต่างด้วยประโยชน์ใน ปัจจุบันเป็นต้น. บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ เหตุ คือ สิ่งที่ควร. บทว่า นิรากตฺวา ได้แก่ ทิ้ง คือละ. บทว่า โส ได้แก่สัตว์ผู้ประพฤติ วจีทุจจริตมีการพูดส่อเสียดเป็นต้น. คำที่เหลือทั้งหมด มีนัยดังกล่าว แล้วในหนหลังนั่นแล. จบ อรรถกถากูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุที่ ๙ ว่าด้วยเปรตถูกรดน้ำแสบเฉือนเนื้อด้วยกรรมอะไร พระมหากัสสปเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า :- [๑๒๐] ท่านยืนอยู่ในอากาศ มีกลิ่นเน่าเหม็น ฟุ้งไป และหมู่หนอนพากันบ่อนฟอนกินปากอัน มีกลิ่นเหม็นเน่าของท่าน เมื่อก่อนท่านทำกรรม อะไรไว้ เพราะการฟุ้งไปแห่งกลิ่นเหม็นนั้น นายนิรยบาลถือเอาศาตรามาเฉือนปากของท่าน เนือง ๆ รดท่านด้วยน้ำแสบแล้วเชือดเนื้อไป พลาง ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้ประสบ ความทุกข์อย่างนี้. ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ เมื่อก่อน กระผมเป็น อิสรชนอยู่ที่กรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ มีภูเขา ล้อมรอบ (บัญจคีรีนคร) เป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์ และข้าวเปลือกมากมาย แต่กระผมได้ห้ามปราม ภรรยา ธิดา และลูกสะใภ้ของกระผม ซึ่งพากัน นำพวงมาลา ดอกอุบลและเครื่องลูบไล้อันหาค่า มิได้ ไปสู่สถูปเพื่อบูชา บาปนั้นกระผมได้ทำไว้ แล้ว จึงได้เสวยทุกขเวทนาเห็นประจักษ์ และจักหมกไหม้อยู่ในนรกอันหยาบช้าทารุณ ๘๖,๐๐๐ ปี เพราะติเตียนการบูชาพระสถูป ก็ เมื่อการบูชาและการฉลองพระสถูปของพระ- อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อันมหาชนให้เป็นไป อยู่ ชนเหล่าใดมาประกาศโทษแห่งการบูชา พระสถูปนั้น เหมือนกระผม ชนเหล่านั้นพึงห่าง เหินจากบุญ ขอท่านจง ชนทั้งหลายซึ่งทัดทรง ดอกไม้ตบแต่งร่างกาย เหาะมาทางอากาศเหล่านี้ เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส เป็นผู้มั่งคั่ง มียศเสวย อยู่ซึ่งวิบากแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ชนทั้งหลาย ผู้มีปัญญา ได้เห็นผลอันน่าอัศจรรย์น่าขนพอง สยองเกล้า อันไม่เคยมีนั้นแล้ว ย่อมทำการ นอบน้อมวันทาพระมหามุนีนั้น กระผมไปจาก เปตโลกนี้แล้ว ได้กำเนิดเป็นมนุษย์จักเป็นผู้ไม่ ประมาท ทำการบูชาพระสถูปเนือง ๆ เป็นแน่แท้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ