เล่มที่ 49

ส่วนที่ 243

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 243 อ้างอิง: Book 49, Section 243 ประเภท: section


เนื้อหา

พระมเหสี ได้ฟังธรรมที่พระดาบสนั้น เมื่อจะประกาศ ความที่สงสารไม่มีที่สุด และความที่สัตว์มีกรรมเป็นของของตน แสดงไว้แล้วอย่างนี้ มีหทัยสลดในสงสาร และมีใจเลื่อมใสในธรรม ปราศจากลูกศรคือความเศร้าโศก เมื่อจะประกาศความเลื่อมใส และความปราศจากเศร้าโศกของตน จึงกล่าวคาถา ๓ คาถาว่า:- ท่านดับความกระวนกระวายทั้งปวงของ ดิฉัน ผู้เร่าร้อนอยู่ให้หายเหมือนบุคคลเอาน้ำ ดับไฟที่ลาดด้วยน้ำมันฉะนั้น ท่านบันเทาความ เศร้าโศก ถึงพระสวามีของดิฉัน ผู้ถูกความ เศร้าโศกครอบงำแล้ว ถอนได้แล้วหนอ ซึ่งลูกศร ความเศร้าโศก อันเสียดแทงที่หทัยของดิฉัน ข้าแต่ท่านผู้เป็นพระมหามุนี ดิฉันเป็นผู้มีลูกศร คือความเศร้าโศกอันถอนขึ้นได้แล้ว เป็นผู้เย็น สงบ ดิฉันไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้อีก เพราะได้ ฟังคำของท่าน. ความของคาถานั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว ในหนหลัง นั่นแล. บัดนี้ พระศาสดา เมื่อจะทรงแสดงข้อปฏิบัติของพระนาง อุพพรี ผู้มีพระหทัยสลด จึงได้ตรัสพระคาถา ๔ พระคาถาว่า :- พระนางอุพพรี ฟังคำสุภาษิตของดาบส เป็นสมณะนั้นแล้ว ถือบาตรและจีวรออกบวช เป็นบรรพชิต ครั้นออกบวชแล้ว เจริญเมตตาจิต เพื่อเข้าถึงพรหมโลก พระนางอุพพรีนั้น เมื่อ ท่องเที่ยวไปสู่บ้านหนึ่งจากบ้านหนึ่ง สู่นิคม และราชธานีทั้งหลาย ได้เสด็จสวรรคต ที่บ้าน อุรุเวลา พระนางเบื่อหน่ายความเป็นหญิง เจริญ เมตตาจิต เพื่อบังเกิดในพรหมโลก จึงได้เป็นผู้ เข้าถึงพรหมโลก.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ