เล่มที่ 49
ส่วนที่ 237
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 237 อ้างอิง: Book 49, Section 237 ประเภท: section
เนื้อหา
พระเจ้าพรหมทัต ผู้เป็นใหญ่ เสวยราช- สมบัติ ในแคว้นปัญจาละราช เมื่อวันคืนล่วงไป พระองค์เสด็จสวรรคต พระนางเจ้าอุพพรีมเหสี เสด็จไปยังพระเมรุมาศ แล้วทรงกรรแสงอยู่ เมื่อ พระนางไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัต ก็ทรงกรรแสง ว่า พรหมทัต พรหมทัต ก็ดาบสผู้เป็นมุนี สมบูรณ์ด้วยจรณญาณ ได้มาที่พระนางอุพพรี ประทับอยู่นั้น ท่านได้ถามชนทั้งหลาย มาประ- ชุมกันในที่นั้นว่า นี้เป็นพระเมรุมาศของใครกัน มีกลิ่นหอมต่าง ๆ ฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นภริยา ของใครกัน ไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัต ผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเสด็จไปแล้ว ไกลจากโลกนี้ คร่ำครวญอยู่ว่า พรหมทัต พรหมทัต ชนที่มาประชุมกันอยู่ในที่ นั้น กล่าวตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นี้เป็นพระ- เมรุมาศของพระเจ้าพรหมทัต ข้าแต่ท่านผู้นิร- ทุกข์ นี้เป็นพระเมรุมาศของพระเจ้าพรหมหัต มีกลิ่นหอมฟุ้งตลบไป หญิงนี้เป็นพระมเหสีของ ท้าวเธอ เมื่อไม่เห็นพระเจ้าพรหมทัต ผู้เป็นพระ- ราชสวามี ซึ่งเสด็จไปไกลจากโลกนี้ ทรงกรร- แสงอยู่ว่า พรหมทัต พรหมทัต. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อหุ แปลว่า ได้มีแล้ว. บทว่า ปญฺจาลานํ ได้แก่ชาวปัญจาลรัฐ หรือได้แก่ ปัญจาลรัฐนั่นเอง. จริงอยู่ ชนบทแม้หนึ่งชนบท เขาแสดงออกด้วยคำเป็นอันมากว่า ปญฺจาลานํ ด้วยถ้อยคำอันดาดดื่น ด้วยอำนาจแห่งพระราชกุมาร ชาวชนบท. บทว่า รเถสโภ ความว่า ได้เป็นเสมือนผู้ยิ่งใหญ่ ในรถ คือ รถคันใหญ่. บทว่า ตสฺส อาฬาหนํ ได้แก่ สถานที่เป็น ที่ถวายพระเพลิง พระสรีระของพระราชาพระองค์นั้น .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ