เล่มที่ 49

ส่วนที่ 193

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 193 อ้างอิง: Book 49, Section 193 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่ออังกุระพาณิช ประกาศอัธยาศัยของตนอย่างนี้ ชาย คนหนึ่ง ชื่อว่า โสนกะ ผู้มีความเชี่ยวชาญในนิติศาสตร์ นั่งอยู่ใน ที่นั้น เป็นผู้ให้ทานเกินประมาณ มีความประสงค์จะตัดทานนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- บุคคลไม่พึงให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้ง หมด แก่บุคคลอื่น ควรให้ทาน และควรรักษา ทรัพย์ไว้ เพราะว่าทรัพย์เท่านั้น ประเสริฐกว่า ทาน ตระกูลทั้งหลาย ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะการ ให้ทานเกินประมาณไป บัณฑิตย่อมไม่สรรเสริญ การไม่ให้ทาน และการให้ท่านเกินควร เพราะ เหตุผลนั้นแล ทรัพย์เท่านั้นประเสริฐกว่าทาน บุคคลผู้เป็นนักปราชญ์ สมบูรณ์ด้วยธรรม ควร ประพฤติ โดยพอเหมาะ. อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า สินธกมาณพมีความประสงค์ จะทดลองอย่างนี้อีก จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ไม่พึงให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ทั้งหมด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพวิตฺตานิ ได้แก่ อุปกรณ์แก่ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้งหมด ชนิดสวิญญาณกทรัพย์ และอวิญญาณก- ทรัพย์ อธิบายว่า ทรัพย์. บทว่า ปเร แก้เป็น ปรมฺหิ แก่บุคคลอื่น, อธิบายว่า ปรสฺส แก่คนอื่น. บทว่า น ปเวจฺเฉ แปลว่า ไม่พึงให้ อธิบายว่า ไม่ควรทำการบริจาคทรัพย์ทั้งหมดไม่เหลืออะไรไว้ โดยคิดว่า เราได้พระทักขิไณยบุคคล. บทว่า ทเทยฺย ทานญฺจ ความว่า ไม่ควรให้ นามธรรม โดยประการทั้งปวง คือ โดยที่แท้ ครั้นรู้ความเจริญและความเสื่อมของตนแล้ว พึงให้ทานอันเหมาะสม แก่สมบัติ. บทว่า ธนญฺจ รกฺเข ความว่า พึงรักษาทรัพย์ไว้ ด้วยอำนาจ การได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้ รักษาทรัพย์ที่ได้ไว้แล้ว และ ควบคุมทรัพย์ที่รักษาไว้. อีกอย่างหนึ่ง เพราะทานนั้นซึ่งมีทรัพย์ นั้นเป็นมูลเหตุ บุคคลพึงรักษาทรัพย์ตามวิธีที่กล่าวไว้ว่า :-


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ