เล่มที่ 49

ส่วนที่ 149

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 149 อ้างอิง: Book 49, Section 149 ประเภท: section


เนื้อหา

ไม่ให้แก่ใคร ๆ เป็นความพินาศ ของสัตว์ ทั้งหลาย ความฉิบหายก็คือ ความสงวนทรัพย์ ได้ยินว่า เปรตทั้งหลายรู้ว่า การสงวนทรัพย์ คือ การไม่ให้แก่ใคร ๆ เป็นควานพินาศ เมื่อก่อน ข้าพเจ้าสงวนทรัพย์ไว้ เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นอัน มาก ไม่ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ทำที่พึ่ง แก่ตน ข้าพเจ้าได้รับผลแห่งกรรมของตน จึง เดือดร้อนในภายหลัง พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ข้าพเจ้าจักตาย จักตกนรกอันเผ็ดร้อนสาหัส มี ๔ เหลี่ยม ๔ ประตู จำแนกเป็นห้อง ๆ ล้อมด้วย กำแพงเหล็ก ครอบด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรก นั้น ล้วนแล้วด้วยทองแดง ลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์ โดยรอบ ตั้งอยู่ทุกเมื่อ ข้าพเจ้าจักต้องเสวยทุกข- เวทนา ในนรกนั้นตลอดกาลนาน การเสวย ทุกขเวทนาเช่นนี้ เป็นผลของกรรมชั่ว เพราะ ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเศร้าโศกที่จะไปเกิดในนรกอัน เร่าร้อนนั้น ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้า ขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ทั้งหลาย ผู้มาประชุมกันในที่นี้ พวกท่านอย่าได้ ทำกรรมชั่ว ในที่ไหน ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่แจ้งหรือ ที่ลับ ถ้าว่าพวกท่านจักกระทำ หรือกำลังทำกรรม ชั่วนั้นไว้ แม้พวกท่านจะเหาะหนีไป ในที่ไหน ๆ ก็ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ ขอท่านทั้งหลาย จงเลี้ยง มารดา จงเลี้ยงบิดา ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ในตระกูล เป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะ และพราหมณ์ ท่านทั้งหลาย จักไปสวรรค์ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทสนฺนานํ ได้แก่ พระราชาของ รัฐชื่อว่า ทสันนา ผู้มีชื่ออย่างนั้น บทว่า เอรกจฺฉํ ได้แก่ เป็นชื่อของ พระนครนั้น. บทว่า ตตฺถ ได้แก่ ในนครนั้น. บทว่า ปุเร ได้แก่ ในกาลก่อน คือ ในอัตภาพอันเป็นอดีต. บทว่า ธนปาโลติ มํ วิทู ความว่า พวกชนเรียกเราว่า ธนปาลเศรษฐี. เปรตเมื่อจะแสดงว่า ขึ้นชื่อว่า ทรัพย์เช่นนี้นั้น ย่อมติดตามเป็นประโยชน์แก่เรา ในกาล นั้นนั่นแล จึงกล่าวคาถาว่า อสีติ ดังนี้เป็นต้น. มีโยชนาว่า บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสีติ สกฏวาหานํ ความว่า ๒๐ ขาริกะ เป็น ๑ วาหะ ที่ท่านเรียกว่า ๑ เกวียน ข้าพเจ้ามีเงินและกหาปณะ ๘๐ เล่มเกวียน. บทว่า ปหูตํ เม ชาตรูปํ เชื่อมความว่า แม้ทองคำ ก็มีมากมาย คือ มีประมาณหลายหาบ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ