เล่มที่ 49

ส่วนที่ 130

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 130 อ้างอิง: Book 49, Section 130 ประเภท: section


เนื้อหา

นันทิเสนอุบาสกจึงถามว่า ดูก่อนนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่ง นักส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาว ประกายพรึก ท่านมีวรรณะงามเช่นนี้ อิฐผลย่อม สำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทุกสิ่งทุกอย่าง อันเป็นที่พอใจ ย่อมเกิดแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูก่อนนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถาม ท่าน เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไร อนึ่ง ท่านมีอานุภาพรุ่งเรื่อง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร. นางนันทาเทพธิดาตบว่า ข้าแต่ท่านนันทิเสน เธอก่อน ฉันชื่อ นันทาเป็นภรรยาของท่าน ได้ทำกรรมชั่วช้า จึง จากมนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก ฉันอนุโมทนาทาน ที่ท่านให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ ดูก่อน คฤหบดี ขอท่านพร้อมด้วยญาติทั้งปวงจงมีอายุ ยืนนานเถิด ดูก่อนคฤหบดี ท่านประพฤติธรรม และให้ทานในโลกนี้แล้ว จะเข้าถึงถิ่นฐานอันไม่ เศร้าโศก ปราศจากธุลี ปลอดภัย อันเป็นที่อยู่ของ ท้าวสวัตตี ท่านกำจัดมลทิน คือความตระหนี่ พร้อมด้วยรากแล้ว อันใคร ๆ ไม่ติเตียนได้ จัก เข้าถึงโลกสวรรค์. เมื่อพระศาสดา ประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรง ปรารภนางเปรตชื่อว่า นันทา จึงตรัสคาถานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กาฬี ทุพฺพณฺณรูปาสิ ดังนี้. ได้ยินว่า ในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง ไม่ไกลแต่กรุงสาวัตถีนัก ยังมีอุบาสกคนหนึ่ง ชื่อว่า นันทิเสน เป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส. ส่วนภริยาของเขา ชื่อว่า นันทา ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส เป็นคนตระหนี่ ดุร้าย กล่าววาจาหยาบ ไม่เคารพยำเกรงสามี ด่าบริภาษแม่ผัว ด้วยวาจาว่าเป็นโจร. สมัยต่อมานางนันทานั้น ทำกาละแล้ว ไปบังเกิดในกำเนิดเปรต แสดงตนในที่ไม่ไกลหมู่บ้าน นั้นนั่นเอง. นันทิเสนอุบาสกเห็นนางนั้น จึงได้กล่าวคาถาว่า :-


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ