เล่มที่ 49

ส่วนที่ 125

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 125 อ้างอิง: Book 49, Section 125 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า ยํ เคเห วิชฺชเต ธนํ ความว่า เราทั้งสอง คือ ท่านและ ฉัน มีทรัพย์ที่เกิดขึ้นในเรือนเสมอกัน คือ เท่ากันทีเดียว. บทว่า สนฺเตสุ แปลว่า มีอยู่. บทว่า ทีปํ ได้แก่ ที่พึ่ง. ท่านกล่าวหมายเอา บุญกรรม. นางเปรตนั้นครั้นบอกเนื้อความที่นางติสสาถามอย่างนี้แล้ว เมื่อจะประกาศความผิดที่ตนไม่กระทำตามคำของนางติสสานั้น ในกาลก่อนกระทำอีก จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ในเวลานั้นนั่นเอง ท่านได้กล่าวสอนเรา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเทว แปลว่า ในกาลนั้นนั่นแหละ คือ ในเวลาที่เราตั้งอยู่ในอัตภาพมนุษย์นั่นเอง. บาลีว่า ตเถว ดังนี้ก็มี, อธิบายว่า กรรมที่เกิดขึ้นในบัดนี้ ฉันใด กรรมนั้นก็เป็น อย่างนั้นเหมือนกัน. นางเปรตแสดงอ้างถึงตนว่า มํ. บทว่า ตฺวํ ได้แก่ ซึ่งนางติสสา. บทว่า อวจ แปลว่า ได้กล่าวแล้ว. ก็เพื่อ จะแสดงถึงอาการที่นางติสสากล่าว จึงได้กล่าวคำมีอาทิว่า ปาปกมฺมํ กรรมชั่ว. บาลีว่า ปาปกมฺมานิ ดังนี้ก็มี. นางเปรตกล่าวว่า ท่าน กระทำกรรมชั่วอย่างเดียว แต่ท่านไม่ได้สุคติด้วยดี เพราะกรรมชั่ว โดยที่แท้ ได้แต่สุคติเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านได้กล่าว คือโอวาท เราในกาลก่อน โดยอาการใด กรรมนั้นก็ย่อมมีโดยอาการนั้น เหมือนกัน. นางติสสาได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าว ๓ คาถา โดยนัยมี อาทิว่า วามโต มํ ตฺวํ ปจฺเจสิ ท่านไม่เชื่อถือเรา ดังนี้. บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า วามโต นํ ตฺวํ ปจฺเจสิ ความว่า ท่านเชื่อเรา โดยอาการผิดตรงกันข้าม คือ ท่านยืดถือเราแม้ผู้แสวงหาประโยชน์ แก่ท่าน ก็ทำให้เป็นข้าศึก. บทว่า มํ อุสูยสิ แปลว่า ท่านริษยาเรา คือ ทำความริษยาเรา. ด้วยบทว่า ปสฺส ปาปานํ กมฺมานํ วิปาโก โหติ ยาทิโส นี้ นางเปรตแสดงว่า ท่านจงดูวิบากของกรรมชั่ว ที่ร้ายกาจมากนั้น โดยประจักษ์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ