เล่มที่ 49
ส่วนที่ 31
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 31 อ้างอิง: Book 49, Section 31 ประเภท: section
เนื้อหา
พระราชาเสด็จไปยังพระราชนิเวศน์ ทรงให้จัดแจงมหาทาน แล้ว ให้กราบทูลกาลแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จไปยังพระราชนิเวศน์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ประทับนั่งบน อาสนะที่บรรจงจัดไว้. เปรตเหล่านั้นไปด้วยหวังว่า วันนี้ พวกเรา จะพึงได้อะไรเป็นแน่ ดังนี้ จึงได้พากันยืนอยู่ในที่ต่าง ๆ มีภายนอก ฝาเรือนเป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงการทำโดยที่พวกเปรต เหล่านั้นทั้งหมดมาปรากฏแด่พระราชา. พระราชาเมื่อจะทรงหลั่ง น้ำทักษิโณทก จึงอุทิศว่า ทานที่ข้าพเจ้าให้นี้ จงสำเร็จแก่พวกญาติ เถิด. ในบัดดลนั้นเอง สระโบกขรณีอันดาระดาษด้วยกลุ่มดอกกมล ได้บังเกิดแก่พวกเปรต. เปรตเหล่านั้นพากันอาบและดื่มในสระ โบกขรณีนั้น ได้สงบระงับความกระวนกระวาย ความลำบาก และ ความกระหาย ได้เป็นผู้มีสีดั่งทองคำ. พระราชา ถวายข้าวยาคู ของเคี้ยว และของบริโภคแล้วทิศให้. ขณะนั้นนั่นเอง ข้าวยาคู ของเคี้ยวและอาหารอันเป็นทิพย์ก็บังเกิดแก่เปรต เหล่านั้น. เปรต เหล่านั้นพากันบริโภคข้าวยาคูเป็นต้นนั้นแล้ว ก็ได้เป็นผู้มีอินทรีย์ กระปรี้กระเปร่า. ลำดับนั้น พระองค์ได้ถวายผ้า, ที่นอน, และที่นั่ง แล้วอุทิศให้. เครื่องประดับมีชนิดต่าง ๆ เช่น ผ้า ปราสาท เครื่องลาด และที่นอน เป็นต้น อันเป็นทิพย์ ได้บังเกิดแก่เปรตเหล่านั้น. และ สมบัติของเปรตเหล่านั้นทั้งหมดนั้น ได้ปรากฏแก่พระราชา โดย ประการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิษฐานไว้. พระราชาทรง ทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ทรงพอพระทัยยิ่งนัก. ลำดับนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้า เสวยพระกระยาหารแล้ว ทรงห้ามภัตรแล้ว เพื่อจะ ทรงอนุโมทนาแก่พระเจ้าพิมพิสาร จึงได้ตรัสติโรกุฑฑเปตวัตถุว่า เปรตทั้งหลายพากันมาเรือนของตน แล้วยืนอยู่ภายนอกฝาเรือน ที่ตรอก กำแพง และ ทางสามแพร่ง และยืนอยู่ที่ใกล้บานประตู เมื่อ ข้าว น้ำ ของกิน ของบริโภคเพียงพอ เขาเข้าไป ตั้งไว้แล้ว แต่ญาติไร ๆ ของเปรตเหล่านั้นระลึก ไม่ได้ เพราะกรรมของสัตว์เป็นปัจจัย เหล่าชน ผู้อนุเคราะห์ ย่อมให้น้ำและโภชนะอันสะอาด ประณีต สมควรแก่ญาติทั้งหลายตามกาล ดุจทาน ที่มหาบพิตรถวายแล้วฉะนั้น ด้วยเจตนาอุทิศว่า ขอทานนี้แล จงสำเร็จผล แก่ญาติทั้งหลายของ เรา ขอญาติทั้งหลายของเรา จงเป็นสุขเถิด ส่วน เปรตผู้เป็นญาติเหล่านั้น พากันมาชุมนุมในที่นั้น เมื่อข้าวและน้ำมีอยู่เพียงพอ ย่อมอนุโมทนาโดย เคารพว่า เราได้สมบัติเพราะเหตุแห่งญาติเหล่าใด ขอญาติของเราเหล่านั้น จงมีอายุยืนนาน การ บูชาเป็นอันพวกญาติได้ทำแล้ว แก่เราทั้งหลาย และญาติทั้งหลาย ผู้ให้ก็ไม่ไร้ผล เพราะในเปต วิสัยนั้น กสิกรรมและโครักขกรรมไม่มี การ ค้าขายเช่นนั้นก็ไม่มี การซื้อการขายด้วยเงินตรา ก็ไม่มี สัตว์ทั้งหลายผู้ทำกาละละไปแล้วในเปรต วิสัยนั้น ย่อมยังอัตตภาพให้เป็นไปด้วยทานที่ ทายกให้แล้ว จากมนุษยโลกนี้ น้ำฝนอันตกลง ในที่ดอนย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานอันญาติ หรือมิตรให้แล้ว จากมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผล แก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ห้วงน้ำใหญ่ เต็มแล้วย่อมยังสาครให้เต็มเปี่ยม ฉันใด ทานอัน ญาติหรือมิตรให้แล้ว แต่มนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จ ผลแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน กุลบุตร เมื่อหวนระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านทำแล้วในกาล ก่อนว่า คนโน้นได้ให้สิ่งของแก่เราแล้ว คนโน้น ได้ทำอุปการคุณแก่เราแล้ว ญาติมิตรและสหาย ได้ให้สิ่งของแก่เราและได้ช่วยทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาแก่เปรตทั้งหลาย ด้วยว่า การ ร้องไห้ก็ดี ความเศร้าโศกก็ดี การพิไรร่ำไรก็ดี ไม่ควรทำเลย เพราะการร้องไห้เป็นต้นนั้น ไม่ เป็นไปเพื่อประโยชน์ แก่เปรตทั้งหลาย ญาติ ทั้งหลายก็คงดำรงอยู่อย่างนั้น อันทักษิณานี้แล ที่ให้แล้ว ตั้งไว้ดีแล้วในสงฆ์ ย่อมสำเร็จเพื่อ ประโยชน์แก่เปรตนั้นโดยพลัน สิ้นกาลนาน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ