เล่มที่ 49

ส่วนที่ 21

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 21 อ้างอิง: Book 49, Section 21 ประเภท: section


เนื้อหา

ข้าแต่ท่านพระนารทะ รูปร่างของข้าพเจ้า ท่านได้เห็นเองแล้ว ท่านผู้ฉลาดผู้อนุเคราะห์ กล่าวไว้ว่า ท่านอย่าพูดส่อเสียด และอย่าพูดมุสา สำรวมด้วยวาจาแล้ว ท่านจักได้เป็นเทพเจ้า ผู้ สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตยิทํ แปลว่า รูปร่างของเรานี้นั้น. บทว่า อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยํ ความว่า ท่านผู้ฉลาดในข้อปฏิบัติ อันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น คือ ผู้ละเอียด มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้มีการอนุเคราะห์เป็นปกติ คือ ผู้ประกอบด้วยพระกรุณา กล่าว คำอันใดไว้ อธิบายว่า เราจะกล่าวคำอันนั้นนั่นแล. บัดนี้ เปรตนั้น เมื่อจะตักเตือน จึงกล่าวว่า ท่านอย่าพูดส่อเสียด และอย่าพูดมุสา สำรวมด้วยวาจาแล้ว ท่านจักได้เป็นเทพเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่ น่าปรารถนา ดังนี้. คำนั้น มีอธิบายดังนี้ ท่านอย่าพูด คืออย่ากล่าว คำส่อเสียด คือ คำยุยง ละคำเท็จ. ก็ถ้าท่านละมุสาวาท และปิสุณวาจาได้แล้ว สำรวมด้วยวาจา ท่านจักเป็นอันเขาบูชา หรือเป็นเทพองค์ใด องค์หนึ่ง ผู้ได้ทิพยสมบัติ ที่โอฬารอันน่าใคร่ น่าปรารถนาแล้ว ใคร่ในทิพยสมบัตินั้น คืออภิรมย์อยู่ด้วยการบำเรออินทรีย์ ตาม ความสบาย. พระเถระได้ฟังดังนั้นแล้ว แต่นั้นจึงไปยังกรุงราชคฤห์ เที่ยว บิณฑบาต กลับจากบิณฑบาตภายหลังอาหาร จึงกราบทูลความนั้น แด่พระศาสดา. พระศาสดาทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปบัติเหตุ แล้วแสดงธรรม. พระเทศนานั้นได้มีประโยชน์แก่บริษัทผู้ถึงพร้อม แล้วแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ