เล่มที่ 48

ส่วนที่ 305

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 305 อ้างอิง: Book 48, Section 305 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูราเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม เปล่ง รัศมีสว่างไปทุกทิศ เหมือนดาวประกายพรึก เพราะ บุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผล อันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึง เกิดแก่ท่าน. ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทวดานั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก ดีฉันเห็น สมณะทั้งหลายผู้มีศีล ไหว้เท้าทั้งหลายทำใจให้ เลื่อมใส อนึ่ง ดีฉันปลื้มใจ ได้กระทำอัญชลี เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารัก จึงเกิดแก่ดีฉัน. ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก พระคุณเจ้า ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ดีฉันได้กระทำบุญอัน ใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง อย่างนี้ และรัศมีของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. วันทนวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน เป็นต้น. วันทนวิมานนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ภิกษุมาก รูปด้วยกัน อยู่จำพรรษาในอาวาสใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ครั้นออกพรรษา ปวารณาแล้ว เก็บงำเสนาสนะ ถือบาตรจีวรเดินมุ่งไปกรุงสาวัตถี เพื่อ เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ผ่านไปกลางหมู่บ้านตำบลหนึ่ง. หญิงคนหนึ่งใน หมู่บ้านนั้น เห็นภิกษุทั้งหลาย มีจิตเลื่อมใสเกิดความเคารพอย่างมาก ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วประคองอัญชลีไว้เหนือศีรษะ ยืนลืมตา ที่แสดงความเลื่อมใส แลดูอยู่จนภิกษุทั้งหลายลับตาไป.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ