เล่มที่ 48

ส่วนที่ 264

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 264 อ้างอิง: Book 48, Section 264 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า เต มํ อติวิโรจนฺติ ความว่า เทพบุตรผู้เลื่อมใสในพระ- รัตนตรัยอย่างยิ่งเหล่านั้น ย่อมรุ่งโรจน์ล้ำดีฉัน. บทว่า ปตาเปน ได้แก่ ด้วยเดช คืออานุภาพ. บทว่า อญฺเ ได้แก่ เหล่าใดอื่น. บทว่า มยา เป็นตติยาวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งปัญจมีวิภัตติ. เทพธิดาแสดงว่า ทวยเทพ ผู้มีวรรณะยิ่งกว่า และมีฤทธิ์มากกว่า [ ดีฉัน ]. ทวยเทพ เหล่านั้น ล้วนแต่เลื่อมใสอย่างยิ่งในพระรัตนตรัยทั้งนั้น คำที่เหลือมีนัย ดังกล่าวนั้นนั่นแล. พระวังคีสเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า ท่านประดับองค์แล้ว ขึ้นนั่งคชสารตัวประ- เสริฐ ซึ้งมีขนาดใหญ่ งามไปด้วยแก้วและทองวิจิตร ด้วยข่ายทอง ผูกสายรัดประคนเรียบร้อย เลื่อนลอย ในอากาศเวหามาในที่นี้ ที่งาทั้งสองของคชสารมี สระโบกขรณีที่เนรมิตไว้ มีน้ำใสสะอาดดาดาษไป ด้วยดอกปทุมบานสะพรั่ง ดอกปทุมทั้งหลาย มี หมู่เทพอัปสรนักดนตรีพากันมาขับร้องประสานเสียง และฟ้อนรำ ชวนให้เกิดความประทับ ดูก่อน เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ บุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และ วรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทิศ. เทพธิดานั้นตอบว่า ดีฉันได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้ ถวายผ้าคู่แด่พระพุทธเจ้า ถวายบังคมพระยุคลบาท แล้วนั่งอยู่ที่พื้นดิน ดีฉันปลื้มใจได้กระทำอัญชลี อนึ่ง พระพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณผุดผ่องดุจทองคำ ธรรมชาติ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจ และ ได้ทรงแสดงทุกขนิโรธ อันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ และมรรคสัจแก่ดีฉัน โดยประการที่ดีฉันจักรู้แจ้งได้ ดีฉันเป็นคนมีอายุน้อย ทำกาละ (ตาย) จุติจาก ชาตินั้นแล้ว ไปเกิดในชั้นไตรทศ ( ดาวดึงส์) เป็น ผู้เรืองยศ เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าวสักกะ นามว่า ยสุตตรา ปรากฏไปทุกทิศ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ