เล่มที่ 48

ส่วนที่ 233

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 233 อ้างอิง: Book 48, Section 233 ประเภท: section


เนื้อหา

ขณะเมื่อข้าราชบริพารมาเพื่อบูชาพระเถระ ช้างตกมันเชือกหนึ่งได้ เข้าไปยังที่นั้น. เมื่อผู้คนกลัวตายพากันหนี เพราะเห็นช้างนั้น หมู่ชนได้ เหยียบนางเสสวดี ซึ่งล้มลงแล้วถูกคนเหยียบจนตาย. นางเสสวดีนั้น กระทำบูชาสักการะมีจิตถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสในพระเถระ ครั้นถึง แก่กรรมแล้วก็ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์. นางได้มีนางอัปสรหนึ่ง พันเป็นบริวาร. ในทันทีนั่นเอง นางเทพธิดาแลดูทิพยสมบัติของตน ใคร่ครวญถึง เหตุแห่งทิพยสมบัตินั้นว่า เราได้สมบัตินี้ด้วยบุญเช่นไรหนอ ครั้นเห็น การบูชาสักการะที่ตนทำเฉพาะพระเถระ จึงมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ยิ่งขึ้น นางประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับบรรทุกเกวียนได้ ๖๐ เล่ม เกวียน แวดล้อมด้วยนางอัปสรหนึ่งพันเพื่อถวายบังคมพระศาสดา ด้วย เทพฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ ยังสิบทิศให้สว่างไสวดุจพระจันทร์และดุจพระอาทิตย์ มาพร้อมกับวิมาน ลงจากวิมานยืนประคองอัญชลี ถวายบังคมพระผู้มี- พระภาคเจ้า. ขณะนั้นท่านพระวังคีสะนั่งอยู่ใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ทูลกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ปัญหาย่อมปรากฏ แก่ข้าพระองค์ เพื่อจะทูลถามถึงกรรมที่เทพธิดานี้กระทำไว้. พระผู้มี- พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า วังคีสะ ปัญหาจงปรากฏแก่เธอเถิด ดังนี้. จึงท่าน วังคีสะประสงค์จะถามถึงกรรมที่เทพธิดานั้นทำไว้ เมื่อจะสรรเสริญวิมาน ของเทพธิดานั้นเสียก่อนเป็นปฐม จึงกล่าวว่า ดูก่อนเทพธิดา อาตมาได้เห็นวิมานของท่านนี้มุง ด้วยแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ มีพื้นวิจิตร หลายอย่าง น่ารื่นรมย์ เป็นภพที่น่าอยู่ เนรมิตไว้ เป็นอย่างดี มีซุ้มประตูแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ที่ ลานวิมานเรี่ยรายไปด้วยทรายทอง งดงามมาก ส่อง แสงไปทั่วสิบทิศ เหมือนพระอาทิตย์บนท้องฟ้า มี รัศมีตั้งพัน กำจัดความมืดได้ในสรทกาล วิมานของ ท่านนี้ย่อมส่องแสงเหมือนกับแสงเปลวไฟ ซึ่งกำลัง ลุกอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืน หรือคล้ายกับการ ลืมตาขึ้นขณะที่ฟ้าแลบในอากาศฉะนั้น วิมานนี้เป็น วิมานลอยอยู่บนอากาศ ก้องกังวานไปด้วยเสียงดนตรี คือ พิณ กลอง และกังสดาล ประโคมอยู่มิได้ขาด ระยะ สุทัสนเทพนครอันเป็นเมืองพระอินทร์ ซึ่ง มั่งคั่งไปด้วยสมบัติทิพย์ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็ ฉันนั้น วิมานของท่านนี้ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมอย่าง เยี่ยมหลายอย่างต่าง ๆ กัน คือกลิ่นดอกปทุม ดอก- โกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลนี ดอกคัดเค้า ดอก- พุดซ้อน ดอกกุหยาบ ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก แย้มกลีบส่งกลิ่นหอม ทั้งตั้งอยู่บนริมฝั่งสระโบกขรณี น่ารื่นรมย์ เรียงรายไปด้วยไม้หูกวาง ขนุนสำมะลอ และต้นไม้กลิ่นหอม มีทั้งไม้เลื้อย ชูดอกออกช่อ หอมระรื่น ห้อยย้อยเกาะก่ายลงมาจากใบต้นตาล และมะพร้าว คล้ายกับข่ายแก้วมณี และแก้วประ- พาฬ อันเป็นของทิพย์ มีขึ้นสำหรับท่านผู้เรื่องยศ อนึ่ง ต้นไม้และดอกไม้ผลไม้ ซึ่งเกิดอยู่ในน้ำ และ บนบก ทั้งเป็นรุกขชาติที่มีอยู่ในเมืองมนุษย์ และ ไม่มีในเมืองมนุษย์ ตลอดจนพรรณไม้ทิพย์ประจำ เมืองสวรรค์ ก็ได้มีพร้อมอยู่ใกล้วิมานของท่าน ท่าน ได้สมบัติทิพย์ ทั้งนี้เป็นผลแห่งการประพฤติชอบ ทางกาย วาจา ใจ และการสำรวม การฝึกฝน อินทรีย์อย่างไร เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงมาเกิด ในวิมานนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ