เล่มที่ 48
ส่วนที่ 226
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 226 อ้างอิง: Book 48, Section 226 ประเภท: section
เนื้อหา
ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับความนี้ เฉพาะพระพักตร์ และทรงกำหนดเฉพาะพระพักตร์ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ปุจฺฉิโต ฉันได้ทูลถามแล้ว ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ยชมานานํ คือ ให้อยู่. แสดงถึงการ ลบนิคหิต ในบทว่า ปุญฺเปกฺขาน ปาณินํ ได้แก่ ของสัตว์ทั้งหลาย ผู้หวังผลแห่งบุญ. บทว่า โอปธิกํ คือ ขันธ์ ๕ ชื่ออุปธิ ชื่อว่า โอปธิกะ เพราะสร้างขันธ์ ๕ เป็นปกติ หรือขวนขวายให้เกิดขันธ์ ได้แก่ ให้เกิด อัตภาพ คือให้วิบากอันเป็นไปในปฏิสนธิ. บทว่า ชานํ กมฺมผลํ สกํ ได้แก่ รู้บุญและผลแห่งบุญของสัตว์ ทั้งหลายด้วยตนเอง ดุจมะขามป้อมบนฝ่ามือฉะนั้น หรือบทว่า สกํ ท่าน แผลง ย เป็น ก อธิบายว่า สยํ อตฺตนา คือด้วยตนเอง. บทว่า ปฏิปนฺนา ได้แก่ ปฏิบัติอยู่ คือทั้งอยู่ในมรรค. บทว่า อุชุภูโต ได้แก่ ทักขิไณยบุคคลผู้ถึงความเป็นผู้ตรงด้วยการปฏิบัติตรง. บทว่า ปญฺาสฺลสมาหิโต ได้แก่ ตั้งมั่นแล้วด้วยปัญญาและศีล เป็น ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิและศีล คือประกอบแล้วด้วยทิฏฐิอันเป็นอริยะ และ ด้วยศีลอันเป็นอริยะ. ท่านชี้ถึงความเป็นสงฆ์ชั้นเยี่ยมของผู้ถึงพร้อมด้วย ทิฏฐิและศีลนั้น ด้วยบทว่า อุชุภูโต นั้น. ก็ชื่อว่า สงฆ์ เพราะสืบ ต่อกันมาด้วยทิฏฐิและศีลเสมอกัน. อีกอย่างหนึ่ง จิตตั้งมั่นแล้ว เป็นสมาธิ. ชื่อว่า ปญฺาสีลสมาหิโต เพราะมีปัญญา ศีล และสมาธิ. ท่านชี้ถึง ความเป็นทักขิไณยบุคคลของสงฆ์นั้นเพราะเป็นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยไตร- สิกขา เป็นต้น ด้วยบทว่า ปญฺาสีลสมาหิโต นั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ