เล่มที่ 48
ส่วนที่ 205
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 205 อ้างอิง: Book 48, Section 205 ประเภท: section
เนื้อหา
ท้าวสักกเทวราชได้สดับดังนั้น เมื่อจะทรงปลอบว่า อาจารย์อย่า กลัวเลย ข้าพเจ้าเป็นที่พึ่ง ช่วยบรรเทาทุกข์ของอาจารย์ จึงตรัสว่า ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าจะเป็นที่พึงของอาจารย์ ข้าพเจ้าเป็นผู้บูชาท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าผู้เป็นศิษย์จะ ไม่ปล่อยให้ท่านอาจารย์แพ้ ท่านอาจารย์จะต้องชนะ นายมุสิละผู้เป็นศิษย์แน่นอน. นัยว่า พระมหาสัตว์ได้เป็นอาจารย์ของท้าวสักกเทวราชในอัตภาพ ก่อน. ด้วยเหตุนั้น ท้าวสักกเทวราชจึงกล่าวว่า อหมาจริย ปูชโก ข้าพเจ้าเป็นผู้บูชาท่านอาจารย์ ดังนี้ ไม่ใช่คู่แข่งขันเหมือนนายมุสิละ. เมื่อลูกศิษย์เช่นข้าพเจ้ายิ่งมีอยู่ อาจารย์เช่นท่านจะแพ้ได้อย่างไร. เพราะ- ฉะนั้น ศิษย์จักไม่ชนะท่านอาจารย์ได้. ท่านอาจารย์นั่นแหละจักชนะนาย มุสิละผู้เป็นศิษย์อย่างแน่นอน. อธิบายว่า นายมุสิละนั้นเมื่อแพ้แล้วจักถึง ความพินาศ. ก็แลครั้นท้าวสักกเทวราชตรัสอย่างนี้ แล้วจึงปลอบว่า ใน วันที่ ๗ ข้าพเจ้าจักมายังโรงแข็งขันกัน ขอให้ท่านอาจารย์วางใจ เล่น ดนตรีไปเถิด แล้วก็เสด็จไป. ครั้นถึงวันที่ ๗ พระราชาพร้อมด้วยข้าราชบริพารประทับนั่ง ณ ท้องพระโรง. อาจารย์คุตติละและนายมุสิละ เตรียมตัวเพื่อแสดงศิลปะ เข้าไปถวายบังคมพระราชา นั่งบนอาสนะที่ตนได้ แล้วดีดพิณ ท้าวสักกะ เสด็จยืนบนอากาศ. พระมหาสัตว์เห็นท้าวสักกะนั้น แต่คนนอกนั้นไม่เห็น. พวกบริษัทได้ตั้งใจฟังในการดีดพิณของทั้ง ๒ คณะ ท้าวสักกะตรัสกับ อาจารย์คุตติละว่า ท่านอาจารย์จงดีดสายที่ ๑. เมื่อดีดสายที่ ๑ แล้ว พิณได้มีเสียงกังวานไพเราะ ท้าวสักกะตรัสต่อไปว่า ท่านอาจารย์จงดีดสาย ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗. เมื่อดีดพิณเหล่านั้นแล้ว พิณก็ได้มี เสียงก้องกังวานไพเราะยิ่งขึ้น. นายมุสิละเห็นดังนั้น เห็นทีว่าตนแพ้แน่ ถึงกับคอตก. พวกบริษัทต่างร่าเริงยินดี ยกผืนผ้าโบกไปมา ซ้องสาธุการ แก่อาจารย์คุตติละ. พระราชาตรัสสั่งให้นำนายมุสิละออกจากท้องพระโรง. มหาชนเอาก้อนดินท่อนไม้เป็นต้นขว้างปา จนนายมุสิละถึงแก่ความตายใน ที่นั้นนั่นเอง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ