เล่มที่ 48
ส่วนที่ 167
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 167 อ้างอิง: Book 48, Section 167 ประเภท: section
เนื้อหา
ล่วงไปได้ ๒-๓ วัน หางก็ทำกาละตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์ มี เทพอัปสรประมาณพันหนึ่งเป็นบริวาร. ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ถามเทพธิดานั้น ด้วยคาถาว่า ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม ฯลฯ เหมือน ดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะ เช่นนี้ ฯ ล ฯ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพธิดานั้น ถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว ดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างไรว่า ในชาติก่อน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันอยู่ในหมู่ มนุษย์ในมนุษยโลก ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจาก กิเลสธุลีผ่องใสไม่ขุ่นมัว ดีฉันเลื่อมใส ก็ถวาย ภิกษาแด่พระองค์ด้วยมือของตนเอง เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ ฯ ล ฯ และรัศมีของดีฉันจึง สว่างไสวไปทุกทิศ. คำที่เหลือทั้งหมดมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยอันกล่าวมาแล้ว ในหนหลัง. พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามเทพธิดานั้น ด้วยคาถานี้ว่า ดูก่อนเทพธิดา ท่านเป็นผู้มีวรรณะงาม มีรัศมี ส่องสว่างไสวไปทุกทิศ เหมือนดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ ฯ ล ฯ และ รัศมีของท่านสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพธิดานั้น ถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว ดีใจ จึงได้พยากรณ์ปัญหาแห่งกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ในชาติก่อน ครั้งเกิดเห็นมนุษย์ ดีฉันอยู่ใน หมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศ- จากกิเลสธุลี ผ่องใสไม่ขุ่นมัว ก็เลื่อมใส ได้ถวาย ภิกษาแด่พระองค์ด้วยมือของดีฉันเอง เพราะบุญอัน นั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ ฯ ล ฯ และรัศมีของดีฉัน จึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ