เล่มที่ 47

ส่วนที่ 773

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 773 อ้างอิง: Book 47, Section 773 ประเภท: section


เนื้อหา

ข้าพระองค์จักถึงอนุปาทิเสส- นิพพานธาตุแน่แท้ ข้าพระองค์ไม่มีความ สงสัยในนิพพานนี้เลย ขอพระองค์จงทรงจำ ข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้ว (ใน นิพพาน) ด้วยประการนี้แล. จบปารายนวรรคที่ ๕ อรรถกถาปารายนานุสังคีติคาถา ต่อจากนี้ไปพระสังคีติกาจารย์ เมื่อจะสรรเสริญเทศนา จึงได้กล่าวคำ มีอาทิว่า อิทมโวจ ภควา. ดังนี้ ในบทเหล่านั้น บทว่า อิทมโวจ คือพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส ปารายนสูตรนี้. บทว่า ปริจารกโสฬสนฺนํ พราหมณ์มาณพ ๑๖ คน ผู้เป็นบริวาร คือพราหมณ์ ๑๖ คน พร้อมด้วยปิงคิยะผู้เป็นบริวารของพาวรี- พราหมณ์ หรือพราหมณ์ ๑๖ คน ผู้เป็นบริวารของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็น พระพุทธเจ้า ชื่อว่า พราหมณ์ ๑๖ คนผู้เป็นบริวาร. บริวารเหล่านั้นเป็น พราหมณ์ทั้งหมด. บรรดาพราหมณ์เหล่านั้น บริษัทของพราหมณ์ ๑๖ คน นั่งข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย และข้างขวางข้างละ ๖ โยชน์ นั่งแถวตรง ๑๒ โยชน์. บทว่า อชฺฌิตฺโถ แปลว่า ทูลอาราธนา. บทว่า อตฺถมญฺาย รู้ ทั่วถึงอรรถ คือรู้ความแห่งบาลี. บทว่า ธมฺมมญฺาย รู้ทั่วถึงธรรม คือรู้ ธรรมในบาลี. พระสังคีติกาจารย์ตั้งชื่อธรรมปริยายนี้ อย่างนี้ว่า ปารายนะ แล้วเมื่อจะประกาศชื่อของพราหมณ์เหล่านั้นได้กล่าวว่า อชิโต ติสฺสเมตฺเตย- โย ฯเปฯ พุทฺธเสฏฺ€มุปคามุํ พราหมณ์ ๑๖ คน คือ อชิโต ติสฺสเมตฺเตย- เตยยะ ฯลฯ ได้เข้าไปเฝ้าทูลถามปัญหากะพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ