เล่มที่ 47
ส่วนที่ 754
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 754 อ้างอิง: Book 47, Section 754 ประเภท: section
เนื้อหา
ในบทเหล่านั้น บทว่า มชฺเฌ สรสฺมึ ท่านอธิบายว่า ในสาครอัน เป็นท่ามกลางเพราะไม่มีเบื้องต้นที่สุดปรากฏ. บทว่า ติฏฺนฺตํ คือผู้ตั้งอยู่. บทว่า ยถายิทํ นาปรํ สิยา กัปปมาณพทูลว่า ขอพระองค์จงตรัสบอก ที่พึ่งแก่ข้าพระองค์โดยอุบายที่ทุกข์นี้ไม่พึงมีอีกเถิด. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่กัปป- มาณพนั้น จึงได้ตรัสคาถาสามคาถา. ในบทเหล่านั้น บทว่า อกิญฺจนํ ไม่มีเครื่องกังวล คือตรงกันข้าม กับที่มีเครื่องกังวล. บทว่า อนาทานํ ไม่ยึดมั่น คือตรงกันข้ามกับ ความ ยึดมั่น ท่านอธิบายว่า เข้าไปสงบความกังวลและความยึดมั่น. บทว่า อนาปรํ หาใช่อย่างอื่นไม่ คือเว้นจากที่พึ่งอันไม่เป็นข้าศึกกับที่พึ่งอื่น. ท่านอธิบายว่า เป็นที่พึ่งประเสริฐที่สุด. บทว่า น เต มารสฺส ปฏฺคู๒ ได้แก่ชนเหล่านั้น ไม่เดินไปในทางของมาร คือไม่เป็นศิษย์คอยบำรุงบำเรอมาร. บทที่เหลือใน บททั้งปวงชัดเจนดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรม เป็นยอดคือพระอรหัต ด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถากัปปสูตรที่ ๑๐ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา ๑. บาลีเป็นกัปปปัญหา ๒. ม. ปทฺธคู. ชตุกัณณีปัญหาที่ ๑๑ ว่าด้วยธรรมเครื่องละชาติชรา ชตุกัณณีมาณพทูลถามปัญหาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ข้า- พระองค์ได้ฟังว่าพระองค์เป็นผู้ไม่ใคร่กาม จึงมาเฝ้าเพื่อทูลถามพระองค์ผู้ล่วงห้วงน้ำคือ กิเลสเสียได้ ไม่มีกาม ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระ- เนตรคือพระสัพพัญญุตญาณเกิดพร้อมแล้ว ขอพระองค์ตรัสบอกทางสันติ ข้าแต่พระผู้- มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์จงตรัสบอกทาง สันตินั้นแก่ข้าพระองค์ตามจริงเถิด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ